Just another WordPress.com site

สำนวนอังกฤษ2

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (70)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (70) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 
 
 
 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 

สำนวนที่เกี่ยวกับใบหน้าและอวัยวะใกล้เคียง (2)

 

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

>>EYES (ตา)

 

 

Keep your eyes peeled = จับตาดู / เพ่งพิศ / เบิ่งตาดู / ดูให้ดีๆ

 

EX: "Keep your eyes peeled for him – he’s in the crowd somewhere."

(จับตาดูเค้าให้ดี เค้าอยู่ที่ไหนสักแห่งในฝูงชน)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Keep an eye out for

= จับตา / จับจ้อง / ดูให้ดีๆ

= ระวัง / คอยระวัง

 

EX-1:  “Keep an eye out for health problems.”

(จงระวังปัญหาสุขภาพ)

 

EX-2:  Keep an eye out for signposts for Express Ways.

 

(คอยดูป้ายทางด่วนให้ที)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Eye up = ตาลุกวาว / ตาโต / ตาเป็นมันวาว / ตาตั้ง / ตาถลน

 

นิยาม: มองด้วยความชื่นชมในความงาม หรือตื่นตะลึงไปกับเสน่ห์เย้ายวนทางเพศ

 

EX:  “That sexy model on the magazine cover makes me eye up.

 

(แม่นางแบบเซ็กซี่บนปกแม็กกาซีนคนนั้นทำให้ชั้นตาลุกวาว)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Have your eye on something / someone = เล็ง

 

นิยาม: การมองหาสิ่งของ/คน ที่คุณปรารถนาและตรงใจคุณ

 

EX-1: "I’ve got my eye on this house for so long."

(ชั้นเล็งบ้างหลังนี้ไว้นานแล้ว)

 

EX-2: "Thai Soccer Club had its eye on foreign coach.”

(ทีมบอลไทยเล็งโค้ชนอก)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

Have eyes in the back of your head

= มีตาอยู่ข้างหลัง

= รู้เห็น / รับรู้ / รู้ทัน

= ช่างสังเกตสังกา / มองทะลุปรุโปร่ง / มองออก / เห็นรอบด้าน

 

นิยาม: การรู้เห็นการกระทำของผู้อื่น รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัว จนเหมือนว่า มีตาอยู่ข้างหลัง

 

EX: “Hey, I know what you’re doing! – I‘ve got eyes in the back of my head!"

(เฮ้ ชั้นรู้ว่านายจะทำอะไร! – ชั้นรู้หมดทุกอย่าง)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

See eye to eye on = ลงรอย / เห็นตรงกัน / เห็นพ้อง

 

EX: “Israel and the US see nearly eye-to-eye on the threat of a nuclear Iran.”

(อิสราเอลกับสหรัฐเห็นตรงกันแทบทั้งหมดในประเด็นภัยนิวเคลียร์อิหร่าน)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

>>Nose (จมูก)

 

 

Stick your nose in

= จุ้น / ยุ่ง / ก้าวก่าย

= แกว่งจมูกหาเรื่อง

 

EX: “Don’t stick your nose into my business. I don’t want anyone else’s help!”

(อย่ามาจุ้นวุ้นวายกับเรื่องของฉัน  ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร!)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

Under your nose

= ตรงหน้า

 

นิยาม: Under your nose มักใช้ในกรณีที่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าคุณ หรือมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเฉพาะหน้า แต่คุณกลับมองไม่เห็น หรือไม่ทันสังเกตเอง

 

EX-1:

Hugh opportunity is right under your nose, but you don’t see it!

(โอกาสใหญ่อยู่ตรงหน้านาย แต่นายไม่เห็นมันเอง!)

 

EX-2:

A: Have you seen my key? (เธอเห็นกุญแจชั้นมั้ย?)

 

B: It’s on the dining table, right under your nose! (มันอยู่บนโต๊ะกินข้าว, อยู่ตรงหน้าเธอนั่นแหละ!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Keep your nose clean

= หลีกเลี่ยงปัญหา / ไม่หาเรื่องใส่ตัว /ไ ม่ข้องแวะอบายมุข

 

นิยาม: การหลีกเลี่ยงปัญหา หรือละเว้นจากการทำผิดกฎหมาย

 

EX:

Boy, keep your nose clean! If you don’t want to put yourself in jail.

(ไอ้หนุ่ม, อย่าหาเรื่องใส่ตัวล่ะ! ถ้าแกไม่อยากเข้าไปนอนในคุก)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

Turn up your nose / Turn your nose up

= เชิดจมูกใส่

= ปฏิเสธ / เมิน / เชิดใส่ / ไม่ยี่หระ

 

นิยาม: การเมินเฉยหรือปฏิเสธเพราะสิ่งนั้นไม่ดีพอสำหรับคุณ

 

EX:

That company gave him a good offer, but he just turned up his nose.

(บริษัทนั้นยื่นข้อเสนอดีๆให้เค้า แต่เค้าเชิดใส่)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

With nose in the air

= หยิ่ง / เชิด / หัวสูง / ทำตัววิเศษวิโส

= ทำเป็นหยิ่ง / ทำเป็นไม่รู้จัก / ทำตัวห่างเหิน

 

EX:

Bruce lifted his hand to greet Mr. David, but he breezed by with his nose in the air.

(บรู๊ซยกมือทักทายมิสเตอร์เดวิด แต่เขาทำเป็นเมิน)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 
 

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

 
About these ads

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (69)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (69) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 
 
 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 
 

สำนวนที่เกี่ยวกับใบหน้าและอวัยวะใกล้เคียง (1)

 

>>FACE (หน้า)

 

Face-to-face = ตัว-ต่อ-ตัว / ต่อหน้า

 

EX: “What are the differences between teaching online and teaching face-to-face?

(อะไรคือความแตกต่างระหว่างการสอนแบบออนไลน์ กับการสอนแบบตัว-ต่อ-ตัว?)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Face the music  

= รับผิดชอบ / ยอมรับชะตากรรม / รับโทษทัณฑ์ / รับผลกรรม / แหงนหน้ารับผิด

 

EX: “These countries should face the music for funding terrorists.

(ประเทศเหล่านี้ควรรับผิดชอบสำหรับการให้เงินทุนช่วยเหลือแก่ผู้ก่อการร้าย)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

Face up to responsibilities = รับผิดชอบต่อตัวเอง / แสดงความรับผิดชอบ

EX: “Children television programme makers must face up to their responsibilities.”

(บรรดาผู้ผลิตรายการทีวีสำหรับเด็กต้องมีความรับผิดชอบ)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Be two-faced = ตีสองหน้า / เสแสร้ง / ปลิ้นปล้อนหลอกลวง / เจ้าเล่ห์เพทุบาย / นกสองหัว

EX: “They praised you face-to-face, but they accused you behind your back. – They’re two-faced!”

(พวกนั้นยกย่องคุณต่อหน้า แต่ใส่ร้ายคุณลับหลัง พวกนั้นมันปลิ้นปล้อน!)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

 

>>EAR (หู)

 

Be all ears = ตั้งใจฟัง / หูผึ่ง

 

EX: - “When I talked about this gossip, she was all ears.

(ตอนที่ชั้นพูดถึงข่าวซุบซิบนินทาเรื่องนี้ เธอตั้งอกตั้งใจฟัง)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Have an ear for = หูดี / หูทิพย์ / มีสุนทรี / มีพรสวรรค์ (ในทางดนตรี, กวี, ภาษา ฯลฯ)

 

EX: - “He can do well in any instruments, he actually have an ear for music.

(เค้าสามารถทำได้ดีในเครื่องดนตรีชิ้นใดๆ เค้ามีหูทิพย์ทางดนตรี)

 

EX: - He quit studying Chinese, because he thinks he doesn’t have an ear for languages.

(เค้าเลิกเรียนภาษาจีน เพราะเค้าคิดว่าเค้าไม่มีพรสวรรค์ทางด้านภาษา)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Keep your ear to the ground = เงี่ยหูฟัง / ตั้งอกตั้งใจฟัง / ติดตามสถานการณ์ / ตามข่าว

 

EX: - “I’ll keep an ear to the ground! I will tell you immediately if I heard any news from them.”

 (ชั้นจะคอยตามข่าวให้! ชั้นจะบอกนายทันทีถ้าได้ข่าวจากพวกเค้า)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Up to your ears in something = ยุ่งสุดๆ / วุ่น / ง่วน / สาละวน

 

EX: -”Sorry, dear! I can’t make it today. Now I’m up to my ears in work.”

 (ขอโทษนะที่รัก! วันนี้ชั้นไปไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ชั้นมีงานยุ่งรัดตัว)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

 


สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (68)


 

 

 

สำนวนอังกฤษ
English Idioms (68) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~

http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

On the same page

= เห็นด้วย / เห็นพ้องต้องกัน

= เข้าใจตรงกัน / เห็นตรงกัน

= เป็นเอกฉันท์

ความหมาย:

On the same page หมายถึง การเห็นพ้องต้องกันในบางอย่าง, รับรู้ข้อมูลเหมือนๆกัน, และเข้าใจในหลักการเดียวกัน

ถ้ากลุ่มคนมีมุมมองตรงกันเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหา และปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน นั่นหมายถึง “They’re on the same page.”

ตัวอย่าง:

- “Before we make any decisions today, I’d like to make sure that everyone is on the same page.”

(ก่อนที่เราจะทำการตัดสินใจใดๆในวันนี้ ผมอยากจะมั่นใจว่าทุกคนคิดเห็นตรงกัน)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Full of beans

= คึก / ไซต์จัด / กระชุ่น / ลิงโลด / เต็มถัง

= กระชุ่มกระชวย / กระปี้กระเปร่า / กระฉับกระเฉง

ความหมาย:

“Full of beans” หมายถึง การอยู่ในสภาวะที่

- ตื่นตัว กระตือรือร้น

- คึกคัก มีชีวิตชีวา

- ฮึกเหิม คึกคะนอง มีกำลังใจดี

- ฟิตเปรี๊ยะ พละกำลังเหลือเฟือ

ที่มา:

เชื่อว่า Full of beans มีที่มาจากการเลี้ยงม้าในสมัยก่อน ที่นิยมใช้ถั่วเป็นอาหารเลี้ยงม้า (โดยเฉพาะชาวโรมัน) และมีการสังเกตพฤติกรรมว่า หลังจากเจ้าอาชาหม่ำถั่วจนอิ่มแปล้แล้ว มันจะมีอาการคึกคะนอง กลายเป็น “ม้าคึก”

ตัวอย่าง:

- “The children are full of beans, this is their first field trip.”

(เด็กๆ ตื่นเต้นคึกคัก นี่เป็นการทัศนศึกษาครั้งแรกของพวกเค้า)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Head over heels

= พิศวงงงงวย / หัวหมุน / ไร้สติสตังค์

= ตื่นเต๊นตื่นเต้น / ลิงโลด

= รักหัวปักหัวปำ / ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง

ความหมาย:

“Head over heels” ถ้าแปลแบบตรงๆตัวก็หมายถึง “การกลับหัวกลับเท้า / การหกคะเมนตีลังกา”   ความหมายโดยนัยหมายถึง การตื่นเต้นจัด หรือมีอาการพิศวงงงงวย

และที่ใช้กันบ่อยๆก็คือ “Head over heels in love” หรือ “หลงรักหัวปักหัวปำ” หมายถึง การตกหลุมรักแบบหลงใหลคลั่งไคล้ (รักคุณเข้าแล้วเต็มทรวง~)

ที่มา:

“Head over heels” เป็นหนึ่งตัวอย่างสำนวนแปลก ที่มีความหมายผิดเพี้ยนไม่ตรงตามตัวอักษร   แต่เดิมในศตวรรษที่ 14 ฝรั่งมังค่าก็ยังใช้คำว่า “Heels over head” กันอยู่ดีๆ ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า ‘ตีลังกา/หกคะเมน’

แต่ปรากฏว่าในศตวรรษที่ 18 นักประพันธ์บางรายอาจจะพลั้งมือเขียนสำนวนนี้ผิดเป็น “Head over heels” แล้วก็เลยยึดถือใช้แบบนั้นเรื่อยมาจนส่งอิทธิพลทางภาษา ตัวอย่างหนึ่งมาจากในงานเขียนเมื่อปี 1834 ของ Davy Crockett

- “I soon found myself head over heels in love with this girl.”

(ไม่ช้าฉันก็พบว่าตัวเองตกหลุมรักแม่สาวคนนี้เข้าอย่างจัง)


ตัวอย่าง:

- “I’m not surprised they will get married. I can see that they are head over heels in love with each other.”

(ชั้นไม่แปลกใจเลยที่พวกเค้าจะแต่งงาน ชั้นมองออกว่าพวกเค้าน่ะรักกันปานจะกลืน)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

March to a different drummer

= แตกต่าง / ไม่เหมือนใคร

= แตกแถว / แหวกแนว / นอกคอก / ขวางโลก

= คิดต่าง / คิดนอกกรอบ / คิดต่างทำต่าง

= เป็นเอกเทศ / เป็นอิสระ / เป็นตัวของตัวเอง

นิยาม (Def):

- To be different from other people.

- Act independently, differ in conduct or ideas from most others.

ความหมาย:

“March to a different drummer” หมายถึง การประพฤติตัวแตกต่างจากคนทั่วไป, หรือมีความคิดไม่เหมือนใครๆ,

เป็นการกระทำหรือความเชื่อที่สวนทางกับบรรทัดฐานทางสังคม

ที่มา:

สำนวนนี้มีที่มาจากการเดินขบวนพาเหรด โดยในที่นี่ตั้งข้อสมมติว่า ผู้ที่เดินแตกแถว อาจเป็นเพราะเขาได้ยินเสียงให้จังหวะจากมือกลองคนอื่น จึงเดินผิดแผกกับชาวบ้านเขา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดมาจากในงานเขียนเมื่อปี 1854 ของ Henry David Thoreau เรื่อง “Walden” ดังนี้

- “If a man does not keep pace with his companions, perhaps it is because he hears a different drummer.”

(ถ้ามีใครคนหนึ่งก้าวต่างจากมิตรสหาย นั่นอาจเป็นเพราะเขามีท่วงทำนองชีวิตที่แตกต่าง)

ตัวอย่าง:

- Mit wants to be married under the sea, He always marches to a different beat.”

(มิตรอยากจัดงานแต่งงานใต้น้ำ เค้าชอบทำอะไรแหวกแนวเสมอ)


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (67)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (67) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 
 
 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 

Fish out of water
= อยู่ผิดที่ผิดทาง
= ลน / ลนลาน / เก้ๆ กังๆ
= ประหม่า / ประดักประเดิด / อึกอัก / ขัดเขิน

ความหมาย:
 “Fish out of water” หมายถึง การรู้สึกอึดอัด ประหม่า เก้ๆ กังๆ เพราะอยู่ผิดที่ผิดทาง
หรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ผิดแผกไปจากปกติ
 อุปมาดั่งปลาจ้าวสมุทร ที่แหวกว่ายในน้ำได้ทั้งวันคืนอย่างคล่องแคล่ว
แต่เมื่อใดก็ตามที่อยู่พ้นน้ำ ปลาก็ทำได้แค่ดิ้นกระแด่วๆ รอความตาย

ตัวอย่าง:
- “This is my first 3-D Animation class, as a beginner I felt like a fish out of water.”
 (นี่เป็นชั้นเรียนแอนิเมชั่น 3 มิติครั้งแรกของฉัน ในฐานะผู้เริ่มต้น ฉันรู้สึกประหม่าๆ)

- “You just moved to stay here, it’s normal to feel like a fish out of water. It takes time to adapt!”
 (นายพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เอง มันไม่แปลกที่จะรู้สึกผิดที่ผิดทาง มันต้องใช้เวลาปรับตัว!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


Make the grade
= สอบผ่าน / ทำสำเร็จ
= ดีพอ / เข้าขั้น / ผ่านเกณฑ์

ตัวอย่าง:
- “I think Arshavin make the grade to play in Europe’s top football clubs.”
 (ชั้นคิดว่าอาร์ชาวินมีดีพอที่จะเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรป)

- “If he is still lazy like this, I bet he will never make the grade.”
 (ถ้าหากเค้ายังขี้เกียจแบบนี้ ชั้นพนันว่าเค้าไม่มีทางจะทำสำเร็จ
)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

Throw a curve
/ Throw a curve ball

= หลอกล่อ / ล่อเอาเถิด
= ปล่อยเซอร์ไพรส์
= ทำให้หัวปั่น, หัวหมุน / ทำให้ไขว้เขว

 
 
Syn (นิยาม):
- confuse, deceive, surprise
- to surprise someone with something that is difficult or unpleasant to deal with.
 
ความหมาย:
 “Throw a curve” หมายถึง การหลอกล่อ ใช้ลูกล่อลูกชน ทำให้หัวหมุนหัวปั่น  
เป็นการทำให้อีกฝ่ายเซอร์ไพรส์โดยไม่ทันตั้งตัว ด้วยสถานการณ์ปัญหาเฉพาะหน้า ที่รับมือได้ยากและสร้างความลำบากใจ
 
ที่มา:
 ‘Throw a curve’ มีที่มาจากการขว้างลูกเคิร์ฟหรือลูกพลิกแพลงในกีฬาเบสบอล โดยเป็นการขว้างที่พิตเชอร์ทำให้ลูกปั่นโค้งและเปลี่ยนทิศทาง ทำให้แบตเตอร์ฝ่ายตรงข้ามเดาทางตีลูกได้ลำบาก
 
ตัวอย่าง:
- “That band threw a curve at us when they suddenly canceled to play in our pub.”
 (วงนั้นทำเราหัวหมุน เมื่อจู่ๆพวกเค้าก็ยกเลิกการแสดงในผับของเรา)
 
 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 
All the way
= สุดๆ / เต็มที่ / ลุย โลด
= ดั้นด้น
= ผ่านตลอด
= เลยเถิด / มีเซ็กซ์
 
 

ความหมาย:
1) “all the way” ใช้แสดงความตั้งใจในการกระทำอย่างสุดความสามารถ  
 ถ้าหากคุณสนับสนุนหรือต่อสู้กับอะไรแบบ all the way นั่นหมายถึง
 คุณจะทำมันอย่างเต็มที่สุดๆ สู้หัวชนฝา และทำมันจนถึงที่สุด ตัวอย่างเช่น>
- “If the government is still stubborn, we will fight them all the way!”
 (ถ้าหากรัฐบาลยังดื้อดึง เราก็จะต่อสู้จนถึงที่สุด!)
 
2) หมายถึง การดั้นด้นเดินทางไกลไปจนถึงที่หมาย ตัวอย่างเช่น>
- “We drove all the way from Bangkok to Chiang Mai.”
 (เราขับรถดั้นด้นไปจากกรุงเทพไปจนถึงเชียงใหม่)
 
3) หมายถึง การเอาชนะฝ่าฟันตั้งแต่ต้นไปจนจบ โดยเฉพาะในการแข่งกีฬา ตัวอย่างเช่น>
- “I’m sure Spain can go all the way to the final match at Euro 2008.”
 (ผมมั่นใจว่าสเปนจะผ่านตลอดไปจนถึงนัดชิงในยูโร 2008)
 
4) และ Go all the way เป็นสแลงเก่าที่หมายถึง “การมีเซ็กซ์”
การยอมเลยเถิดจนถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น>
- I wouldn’t go all the way with him until we get married.
 (ชั้นจะไม่พลีกายให้เค้า จนกว่าเราจะแต่งงานกัน)

 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (66)


 

 

 

สำนวนอังกฤษ
English Idioms (66) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~

http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 

Salisbury_wiki

Sir Robert Cecil (‘Uncle Bob’)

Bob’s your uncle!
= เท่านั้นล่ะ / แค่นั้นเอง / เดี๋ยวก็ดีเอง
= นั่นไง / สำเร็จ / เห็นไหม / ตะ-ด๊า
= ง่ายๆ / ง่ายๆแค่นั้น / หวานหมู
= เรียบร้อย / ไม่มีปัญหา / หายห่วง / สะดวกโยธิน

Syn (คำเหมือน):
- there you have it / ta-da!
- all will be well / simple as that
- everything’s fine

ความหมาย:
“Bob is your uncle” เป็นสำนวนบริติชที่หมายถึง “ทุกอย่างดี / สบายหายห่วง” หรือ “ง่ายๆแค่นั้น”

Bob is your uncle เป็นวลีที่คุณสามารถใช้พูดหลังจากที่ได้อธิบายวิธีทำสิ่งต่างๆ จนถึงขั้นตอนสุดท้าย เพื่อเน้นย้ำว่ามันง่ายและเห็นผลสำเร็จแน่เหมือนแช่แป้ง (“ถ้าคุณทำอย่างนี้ คุณไม่มีพลาดแน่ๆ!”)

ที่มา:
ที่มาของสำนวนนี้ออกจะฮือฮาอื้อฉาว (คลับคล้ายคลับคลากับการเมืองไทย ฮา~) กล่าวคือย้อนกลับไปในปี 1887 ที่สหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี โรเบิร์ต เซซิล ได้แต่งตั้งหลานชาย นายบัลโฟร์ ขึ้นเป็นรัฐมนตรีไอร์แลนด์   และสื่อมวลชนได้พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อนายบัลโฟร์เอ่ยถึงนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเองว่า “ลุงบ็อบ” (Uncle Bob)   และต่อมาภายหลัง นายบัลโฟร์ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นทั่นนายกฯเสียเอง

และเรื่องโอละเห่ที่ว่านี้ก็เป็นบ่อเกิดของวลีฮิตติดปากชาวบริติช “Bob’s your uncle” กล่าวโดยนัยคือ “ลุงบ็อบ” เป็นเสมือนหลักประกันและใบเบิกทางไปสู่ความสำเร็จ กับชีวิตที่ง่ายดายโรยทางด้วยกลีบกุหลาบ   “มีลุงบ็อบซะอย่าง สบายบรื๋อ!~”

ยังมีวลีอื่นๆที่ถูกดัดแปลงมาจาก Bob’s your uncle แต่มีความหมายเหมือนๆกัน ได้แก่ “Robert’s your father’s brother.” และ “Bob’s your Uncle, Fanny’s your Aunt”.

และบ้างสันนิษฐานว่า Bob’s your uncle น่าจะมีที่มาจากสแลงเก่า “All is Bob” ที่หมายถึง All is good หรือ All is safe (ทุกอย่างดี / หายห่วง)

ตัวอย่าง:
“Just click ‘Turn  Off’ button, and Bob’s your uncle, the computer will automatically shut down.”
(แค่กดปุ่ม ‘เทิร์นออฟ’ เท่านั้นล่ะ คอมพิวเตอร์จะปิดไปเองโดยอัตโนมัติ)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


Anything goes
= อะไรก็ได้ / ยังไงก็ได้
= ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ / ทุกอย่างได้หมด
= ไม่มีกฎเกณฑ์ / ไร้กรอบกติกา / ไม่เคร่งครัด,ยึดถือ

Def (นิยาม):
- Everything is permitted.
- There are no rules or restrictions.


ความหมาย:
“Anything goes” หมายถึง การไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อจำกัด เปิดช่องให้ทำอะไรๆได้-
ทุกอย่างเต็มที่ เป็นการกระทำอย่างอิสระ สบายๆ ตามอำเภอใจ ไม่เคร่งครัด

ตัวอย่าง:
A: “You’re staying with him now?”
(ตอนนี้เธออยู่กินกับเค้าแล้วหรือ?)

B: Why not? Anything goes these days.
(ทำไมล่ะ? เดี๋ยวนี้เค้าไม่ถือกันแล้ว)

- – - – -

“Moscow has its own rules, and beneath its exterior it becomes apparent that anything goes.”
(มอสโควเป็นเมืองที่มีกฎระเบียบ และภายใต้เปลือกนอกนั้น เห็นได้ชัดว่ามันกลายเป็นเมืองที่อีเหละเขละขละ)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

A bit on the side
= หาเศษหาเลย / มีชู้
= ชู้รัก / กิ๊ก / บ้านน้อย
= ดอกไม้ริมทาง

ความหมาย:
“A bit on the side” หมายถึง การนอกใจ การมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนที่ไม่ใช่คู่รัก-
คู่แต่งงานของตน

ตัวอย่าง:
“His wife just found out that he had a bit on the side for years.”
(ภรรยาเค้าพึ่งจับได้ว่าเค้าแอบมีชู้มาเป็นปีๆ)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

Wild and woolly
= เถื่อน / ป่าเถื่อน / ดิบๆเถื่อนๆ

Def (นิยาม):
Uncivilized, like an animal
Lawless and uncultured.

ความหมาย:
“wild and woolly” เป็นสำนวนจากทางฝั่งอเมริกา หมายถึง “ความป่าเถื่อน” / “ไร้อารยะ-ธรรม”
สำนวนนี้ถือกำเนิดในช่วงยุคขุดทองปี 1850 โดยเน้นไปที่ความหมายของคำว่า
“Wild” (เถื่อน) ซึ่งชาวสหรัฐนิยมใช้เรียกถิ่นตะวันตกในยุคนั้นจนติดปากว่า “Wild West”
เพื่ออธิบายถึงสภาพความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน   ทีนี้เมื่อพ่วงคำว่า “wooly” เข้าไปก็ยิ่งบรรยายภาพของคนเถื่อนที่มีผมดกยาวรุงรัง หนวดเคราเฟิ้ม

ตัวอย่าง:
“When cowboys are on the range, they become wild and woolly.”
(เมื่อคาวบอยอยู่บนทุ่งปศุสัตว์ พวกเค้ากลายเป็นเหมือนคนเถื่อน)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (65)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (65) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 
 
 
 
ตอนสุดท้ายแล้วจ้า สำหรับ "Cockney Slang"!
เบอท
 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 

 

Rhyming Slang (5)

ตัวอย่างการใช้ Cockney Slang

แม้เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้จริงเท่าไร แต่รู้ไว้หน่อยก็ไม่เสียหายอะไร 

การใช้ค็อกนีย์ฯสแลงในบทสนทนาทั่วไปนั้น พวกที่เซียนๆจะนำคำต่างๆมามิกซ์กันจนมันหยด

 

ตัวอย่างเช่น:

I’m walking down the frog and toad to see my old china Ted.”

(= I’m walking down the road to see my old friend Ted.

ชั้นเดินไปบนถนน เพื่อไปหาเกลอเก่าเท็ด)

 

และนี่คือตัวอย่างรูปประโยค ซึ่งมีคำค็อกนีย์ฯแสลงที่ใช้กันบ่อยๆ

Ø     “Use your loaf! Don’t be so stupid.” (Loaf of bread = Head)

        (ใช้หัวหน่อย! อย่าโง่นักสิ)

Ø     "Let’s have a butcher’s at that!" (Butcher’s hook = Look)

        (ดูนั่นหน่อยสิ!)

Ø     “Can you keep your dicky bird?” (Dickie bird = Word)

        (นายรักษาคำพูดได้มั้ย?)

Ø     "Whose bag did you half-inch?" (Half-inch = Pinch)

        (นายไปฉกกระเป๋าใครมา?)

Ø     “I can’t make it on my tod.” (Tod sloan = alone, own)

        (ชั้นทำมันคนเดียวไม่ได้หรอก)

Ø     “Please don’t tell porkies.” (Pork pies = Lies)

        (อย่าพูดปดนะ)

Ø     "When will you stop rabbit?" (Rabbit and pork = Talk)

        (เมื่อไรนายจะหยุดพูด?)

Ø     "Scarper, Scarper! The police are coming." (Scarpa flow = Go)

        (เผ่นเร็ว, เผ่น! ตำรวจกำลังมา)

 

 

นอกจากนี้ยังมี 1 ตัวอย่างค็อกนีย์ฯสแลงที่น่าสนใจจากไอร์แลนด์

ถ้าหากพวกหนุ่มๆพูดว่า “I’m going on a garden with a Richard.”

นั่นหมายความว่าเค้า กำลังจะไปออกเดทกับสาว!”

เพราะในที่นี้ “garden”  มาจากคำว่า = garden gate = ที่เป็นโค้ดลับของคำว่า = “date

และ “Richard” มาจากคำว่า = Richard the Third = ที่เป็นโค้ดลับของคำว่า = “bird”

(bird เป็นคำสแลงอีกที ที่แปลว่า สาว)

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

Cockney Slang ใหม่ๆ โดนๆ

 

เรามาทิ้งท้ายกันด้วยค็อกนีย์ฯสแลงใหม่ๆ นับตั้งแต่ทศวรรษ 90 ซึ่งล้วนมีที่มาจากชื่อของดารานักร้อง และบรรดาคนดัง ที่เราท่านรู้จักกันดี อาทิ

Britneys                                 =              Beer (เบียร์) / Queer (ชาวสีม่วง)

Posh & Beck                         =              Sex (เซ็กซ์)

Bob Hope                              =              Dope (ยาเมา / ยาเสพย์ติด)  

Brad Pitt                                =              Shit (ขี้) / Fit (ฟิต)

Donald Duck                         =              Luck (โชค)

Forrest Gump                      =              Dump (ขยะ)

Fred Astaire                         =              Chair (เก้าอี้)

Gregory Peck                       =              Neck (คอ)

James Blunt                           =              Cunt (จิ๋ม / จิ๊มิ , อวัยวะเพศหญิง)
Jane Fonda                           =              Wander (เที่ยว, เตร็ดเตร่)
John Wayne                          =              Train (รถไฟ)

Mickey Mouse                      =              House (บ้าน)

Omar Sharif                          =              Grief (ความโศกเศร้า / ทุกข์ / ปัญหา)

Penelope Cruz                     =              Booze (เหล้า / สุรา)
Ruby Murray                       =              Curry (กะหรี่ / แกงเผ็ด)
Russell Crowe                      =              Dough (แป้งขนม)

Sigourney Weaver               =              Beaver (สาว, อีชะนี / จิ๋ม, จิ๊มิ)
Steve McQueens                  =              Jeans (ยีนส์)

Saddam Hussein                   =              Insane (บ้า / ประสาท)

Vincent Price                       =              Ice (น้ำแข็ง)

Winona Ryder                      =              Cider (ไซเดอร์)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

สงวนลิขสิทธิ์

ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOM (64)


 

สำนวนอังกฤษ

English Idioms (64) ดาวดาว
Idioms / Phrases / Slangs

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~

http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Like a kid in a candy store
= เหมือนเด็กในร้านขนมหวาน / เหมือนเด็กในร้านของเล่น
= เบิกบานสราญใจ / เพลิดเพลินเจริญตา

ความหมาย:
“Like a kid in a candy store” เป็นสำนวนที่หมายถึง การมีอารมณ์เบิกบานสราญใจและตื่นเต้นลิงโลดไปกับสิ่งรอบตัว, เพลิดเพลินเจริญตา, รู้สึกฟูฟ่องเพราะมีตัวเลือกเยอะ
หรือมีสิ่งยั่วยวนใจเต็มไปหมด จนเก็บอาการไว้ไม่อยู่
เหมือนกับเด็กน้อยที่กำลังอยู่ในร้านลูกกวาดขนมหวาน หนูน้อยคงจะตื่นเต้นตาลุกวาวไปกับขนมนานาชนิดสีสันละลานตา จนออกอาการชี้ไม้ชี้มือ เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด

ตัวอย่าง:
- “As a Hulk’s big fan, the special trip in Marvel Comics studio makes me feel like a kid in a candy store.”
(ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของฮัลค์ ทริปพิเศษในสตูดิโอมาร์เวลคอมิกส์ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเด็กในร้านขนมหวาน)


<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


Fight like cat and dog
= ทะเลากันอย่างกับหมากับแมว / กัดกันอย่างกะหมา
= ทะเลาะเบาะแว้ง / เป็นไม้เบื่อไม้เมา
= เอาแต่ทะเลาะกัน / ชอบทะเลาะกัน

ความหมาย:
“Fight like cat and dog” หมายถึง
- การเป็นไม้เบื่อไม้เมา/ไม่ถูกกัน เจอกันเมื่อไรเป็นต้องตีกัน
- การทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ
- การสู้กันอย่างหนัก / การโต้แย้ง,ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

ตัวอย่าง:
- “When we were young, we always fight like cat and dog.”
(ตอนเด็กๆ เราตีกันกัดกันเป็นประจำ)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Pee my pants
= ฉี่ราด / ฉี่แตก / ฉี่ปริบ
= ตื่นเต้นจนฉี่ราด

ความหมาย:
ความหมายของมันตรงตัวแบบไม่ต้องคิดมาก “Pee my pants” ก็คืออาการฉี่ราดเพราะอั้นไม่อยู่, หรือฉี่แตกจากการหัวเราะไม่หยุด, หรือฉี่ปริบจากการตื่นเต้นหรือขวยอายจัด

ตัวอย่าง:
- “Don’t make me laugh anymore, I’m peeing my pants!”
(อย่าทำให้ชั้นหัวเราะอีกเลย ฉี่จะแตกอยู่แล้ว!)
 <-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Pain in the ass / PITA
= ตัวปัญหา / ตัวรังควาญ
= ตัวแสบ / ตัวป่วน
= มารผจญ / มารคอหอย
= ไอ้ตัวบัดซบ / เสนียดจัญไร

Syn (คำเหมือน):
- A pain in the butt.
- A pain in the neck.

ความหมาย:
“Pain in the ass” เป็นสำนวนแบบแดกดัน หมายถึง คนหรือสิ่งที่ก่อปัญหา
เค้าหรือมันคอยสร้างความรำคาญใจ หรือตามรังควาญคุณอย่างไม่หยุดไม่หย่อน
ในภาษาแช็ท “PITA” ย่อมาจาก Pain in the ass   ฉะนั้นถ้าหากคุณกำลังแช็ทกับฝรั่ง แล้วเค้าพิมพ์มาว่า PITA ก็อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเค้าชมคุณว่า “สวยเหมือนน้องพิตต้า” เสียล่ะ! (ฮา) เพราะเค้ากำลังเม้งว่าคุณน่ะ “น่ารำคาญ” ต่างหาก

ตัวอย่าง:
- “3 years of our couple life; there are just boredom, grievance, betrayal and anger. He is really a pain in the ass!”
(3 ปีในชีวิตคู่ของเรา มันมีแต่ความจืดชืด, ความคับข้องใจ, การนอกใจ และความโกรธแค้น เค้ามันเป็นพวกเสนียดจัญไร!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

Give it a shot
/ Give it a whirl
= ลองสักตั้ง / เอาหน่อย

Syn (คำเหมือน):
- Give it a try / Give it a chance
- to try something / make an attempt

ตัวอย่าง:
- “I don’t know if I can do it; anyway let’s give it a shot!”
(ชั้นไม่รู้จะทำได้มั้ย แต่ขอลองดูสักตั้ง!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (63)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (63) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 
 
 
 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 

Rhyming Slang (4)

 

 

Cockney Slang ในวัฒนธรรมป็อบ

 

 ด้วยความแปลกแหวกแนวเก๋ไก๋ จึงไม่น่าแปลกใจที่ Cockney Rhyming Slang จะไปปรากฏโฉมอวดสายตาชาวโลกอยู่ในบทเพลงและภาพยนตร์ ของศตวรรษที่ 20-21

 

 ในสายดนตรีนั้น ค็อกนีย์ฯสแลงเป็นที่แพร่หลายในวงการเพลงบริติช โดยศิลปินอย่างเช่น ’Audio Bullys’, ‘The Streets’, ‘Chas & Dave’ และ ‘Ian Dury’ นิยมใช้ค็อกนีย์ฯสแลงในเพลงของพวกเขาเป็นประจำ   และค็อกนีย์ฯสแลงยังได้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีพังค์ร็อคในช่วงปลายยุค ’70   ตัวอย่างที่โดดเด่นได้แก่ วง ‘Sham 69’ เจ้าของเพลงฮิต “The Cockney Kids are Innocent.”   และอีกรายหนึ่งได้แก่ ‘Ian Dury’ ในผลงานเพลงชุดแรก เค้าได้เขียนเพลงที่มีเนื้อหาต่อต้านการเหยียดชนชาติชื่อ “Blackmail Man” โดยเค้าใช้ค็อกนีย์ฯสแลงแทนชื่อชนกลุ่มน้อยต่างๆ
 นอกจากนี้วงร็อคขึ้นหิ้งอย่าง ‘Deep Purple’ ยังเคยตั้งชื่อเพลงด้วยค็อกนีย์ฯสแลง ได้แก่ "A Gypsy’s Kiss" (ซึ่งจริงๆแล้วมันหมายถึง A Piss!)

 

 

 สำหรับในวงการภาพยนตร์นั้น ค็อกนีย์ฯสแลงได้ไปโชว์ออฟอยู่ในหนังหลายๆเรื่อง
ทั้งทางฝั่งบริติชและอเมริกา ตัวอย่างเช่น

- ในหนังคลาสสิคเรื่อง “Mr. Lucky” (ค.ศ. 1943) พระเอก Cary Grant ได้สอนค็อกนีย์ฯสแลงให้กับเพื่อนร่วมงานสาว แต่ในบทเค้าดันบอกว่ามันเป็นสแลงจากออสเตรเลียซะฉิบ!

- ในหนังคลาสสิคอีกเรื่อง “To Sir With Love” บรรดาเด็กนักเรียนต้อนรับคุณครูใหม่ที่เล่นโดย Sidney Poitier ด้วยค็อกนีย์ฯสแลง ผลลัพธ์ก็คือคุณครูใบ้รับประทาน มะเข้าจาย!

- ในหนังยุคเรา นักสืบใต้สะดือ Austin Powers ในภาค Goldmember ตอนที่เค้าพูดกับพ่อ บทสนทนาของพวกเขาจะมีแต่ค็อกนีย์ฯสแลง

- และในหนังทำเงินอย่าง “Ocean’s Eleven” (ค.ศ. 2001) ตัวละคร Basher Tarr (รับบทโดย Don Cheadle) ใช้สแลง "Barney" แทนคำว่า "Trouble" (ปัญหา / มีเรื่อง)

 

- หนึ่งตัวอย่างที่โดดเด่นมาจากหนังเรื่อง “The Limey” (ค.ศ. 1999)   ในเรื่อง Terrence Stamp รับบทเป็น Wilson ชายชาวค็อกนีย์ที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกจากคุก เค้าได้เพิ่มสีสันให้บทสนทนาด้วยค็อกนีย์ฯสแลง เราไปดูกันเลย

 

วิลสัน: Can’t be too careful nowadays, y’know?

Lot of "tea leaves" about, know what I mean?

(รู้มะ เดี๋ยวนี้ต้องระวังตัวแจ  ทโมน มันชุม นายเข้าใจป่ะ?

 

โฟร์แมน: Excuse me?

(ว่าไงนะ)

 

วิลสัน: "Tea leaves""thieves."

(ทโมน…ก็… โจรไง)

………………..

 

วิลสัน: Eddy… yeah, he’s me new "China."

(เอ็ดดี้… อือ ใหม่ของชั้นเอง)

 

อีเลน: What?

(หา?)

 

วิลสัน: "China plate""mate."

(กะ-เลอเกลอ)

………………..

 

วิลสัน: I’m gonna ‘ave a "butcher’s" round the house.

(ชั้นขอ สับให้ทั่วบ้านก่อน)

 

เอ๊ด: Who you gonna butcher?

(นายจะไปสับใคร?)

 

วิลสัน: "Butcher’s hook""look."

 (สับ-หมูแปลว่า… ดู)

        ………………..

        *หมายเหตุ ในข้อความข้างบนนี้ เนื่องจากคำรหัสของค็อกนีย์ฯสแลงไม่มีคำแปลเป็น    ภาษาไทยตรงตัว ผู้เขียนจึงแปลงเป็นไทยด้วยตัวเอง โดยยึดหลักสัมผัสคำตามแบบต้นตำรับ

 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 

สงวนลิขสิทธิ์
 
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (62)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (62) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 
 
 
ตอนนี้ว่าด้วยเรื่อง "อี้ๆ"
เบอท
 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 
Not give a shit
= ไม่สน / ไม่แยแส / ไม่ใส่ใจ / ไม่แคร์
 
Syn (คำเหมือน):
- not give a damn, not give a fuck
 
ความหมาย:
 “Not give a shit” หมายถึง ไม่สนใจ / ไม่แยแส / ไม่ยินดียินร้าย  
มันเป็นวลีที่ออกจะก้าวร้าวส่อเสียด ให้อารมณ์เหน็บแนมประชดประชัน
กล่าวคือ เมื่อคุณไม่อยากให้ความสนใจ ไม่อยากจะยุ่ง กับบางคนหรือบางสิ่ง
หรือไม่สนใจในสิ่งที่คนอื่นพูดหรือเชื่อ จนกระทั่งแม้แต่ shit คุณก็ยังไม่อยากจะเบ่งให้!
 
ตัวอย่าง:
- “You can do what you like. I don’t give a shit!” 
 (เธอจะทำอะไรก็เชิญ ชั้นไม่สนหรอก!)
 
 
 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 
Get your shit together
= ตั้งใจ / เอาจริง
= ทำให้เรียบร้อย / จัดให้เรียบร้อย
= เตรียมพร้อม / เตรียมตัวเตรียมใจ
 
ความหมาย:
 “Get your shit together” หมายถึง การทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น, หรือทำให้ดีขึ้น และการเตรียมพร้อม   เรามักจะพบการใช้วลีนี้ใน 2 กรณี ได้แก่

 1) ใช้ในการเอ็ดเคี่ยวเข็ญคน ตัวอย่างเช่น ในการฝึก รด. เมื่อครูฝึกเห็นว่านักเรียนทำเหลาะแหละ ครูฝึกก็จะเอ็ดอย่างมีอารมณ์ว่า “Get your shit together!” (ตั้งใจหน่อยโว้ย!
/ ทำให้มันดีกว่านี้!) 

 2) ใช้ในการจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย/เข้าที่เข้าทาง
 
ตัวอย่าง:
- “I just got my shit together when I was 30.”
 (ชั้นพึ่งจะเป็นผู้เป็นคน ก็ตอนอายุ 30)
 
- “Look at your schoolbag. Get your shit together now!”
 (ดูกระเป๋านักเรียนเธอสิ จัดให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้)

 
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 
Shit hit the fan
= เป็นเรื่อง / งานเข้า

 
ความหมาย:
  “Shit hit the fan” เป็นสแลงที่หมายถึง ผลพวงปัญหาที่จะตามมาอย่างแน่นอน
เมื่อความลับบางอย่างรั่วไหล หรือการกระทำบางอย่างถูกเปิดเผย (เมื่อไรที่เรื่องแดงออกมา เมื่อนั้นก็เป็นเรื่อง)
 ที่มาของมันนั้น อย่างที่ทราบกันดีว่า “Shit” เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์และมีกลิ่นเหม็นโฉ่
และถ้าเกิดมีใครนึกพิเรนทร์ปา “Shit” เข้าไปในพัดลมล่ะก็ ผลลัพธ์ที่แน่นอนคือมันจะส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วสารทิศ
 
ตัวอย่าง:
- “If Boss finds out the truth, the shit will really hit the fan!”
 (ถ้าเจ้านายรู้ความจริง มันจะต้องเป็นเรื่องแน่ๆ!)
 
- “Last night while we were sleeping together, I said another girl’s name… and then the shit hit the fan!”
 (คืนก่อนตอนที่เรานอนอยู่ด้วยกัน ชั้นละเมอเรียกชื่อสาวอื่น… แล้วจากนั้นก็งานเข้า!”
 

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
 
 

สงวนลิขสิทธิ์
 
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

สำนวนอังกฤษ / English Idioms (61)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (61) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 

 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
 Rhyming Slang (3)
 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


 

Classic Cockney Rhyming Slang (3)

 

21) Pete Tong
= ผิด / ผิดพลาด / เจ๊งบ๊ง

ที่มา:
Pete Tong = Wrong

ประโยคเต็มๆที่ใช้กันคือ “It’s all gone Pete Tong!”  เป็นสแลงของ It’s all gone wrong!
หรือแปลเป็นไทยว่า “ทุกอย่างมันผิดพลาดไปหมด!”

Pete Tong เป็นชื่อของดีเจดัง
และ It’s All Gone Pete Tong เคยถูกนำมาใช้เป็นชื่อภาพยนตร์ในปี 2004
มันเป็นหนังที่สร้างจากอัตชีวประวัติของดีเจระดับตำนานของยุโรป Frankie Wilde ที่ชีวิตผกผันจากจุดสูงสุดลงสู่จุดต่ำสุด

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

22) Pony
= ขี้  /  อึ๊
= ขยะ / สวะ
= เหลวไหล / ไร้สาระ

ที่มา:
Pony => Pony and Trap = Crap (ขับถ่าย)

ตัวอย่าง:
- I’m going for a pony.
 (ฉันไปอึ๊ก่อนนะ)

- Don’t believe him. That’s pony!
 (อย่าไปเชื่อหมอ นั่นมันเพ้อเจ้อชัดๆ!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

23) Rabbit
= พูด / คุย / พล่าม

ที่มา:
Rabbit => Rabbit and Pork = Talk

ตัวอย่าง:
I don’t know what she’s rabbiting about.
(ชั้นไม่รู้ว่าเธอพล่ามอะไรของเธอ)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

24) Rosie / Rosie Lee
= ชา

ที่มา:
Rosie
=> Rosie Lee = Tea

ตัวอย่าง:
How ‘bout a cup of Rosie Lee?
(ชาสักถ้วยเป็นไง?)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

25) Scarpa
= ไป / เผ่น / โกย

ที่มา:
Scarpa => Scarpa Flow = Go

ตัวอย่าง:
Scarpa!
The police is coming!
(เผ่นเร็ว! ตำรวจกำลังมา!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

26) Skin / Skin and Blister
= น้องสาว

ที่มา:
Skin => Skin and Blister = Sister

ตัวอย่าง:
Wow! Look at his skin and blister. Superb!
(ว้าว! ดูน้องสาวเค้าสิ แหล่มสุดยอด!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

27) Tea Leaf
= โจร / หัวขโมย

ที่มา:
Tea Leaf = Thief

ตัวอย่าง:
Don’t tell anyone yet. I guess that man is a tea leaf!
(อย่าพึ่งบอกใครเชียว ชั้นคิดว่าหมอนั่นเป็นหัวขโมย!)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

28) Trouble / Trouble and Strife
= เมีย / ภรรยา / อีแก่

ที่มา:
Trouble
=> Trouble and Strife = Wife

ตัวอย่าง:
I can’t come out. I gotta stay home with the trouble and strife.
 (อั๊วออกไปไม่ได้ อั๊วต้องอยู่บ้านกับอีแก่ว่ะ)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

29) Weasel
= เสื้อโค้ต

ที่มา:
 Weasel => Weasel and Stoat = Coat

ตัวอย่าง:
Your  weasel is cool! Can you lend me?
 (เสื้อโค้ตนายแจ่มจริง! ยืมหน่อยได้ป่ะ?)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 
 
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
สงวนลิขสิทธิ์
 
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
 
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (60)


สำนวนอังกฤษ

English Idioms (60) ดาวดาว

ฝากไว้ในอ้อมใจเพื่อนๆนักอ่านด้วย (ฮิ้วๆๆๆ)

หนังสือ IDIOM & SLANG เล่ม 1 และ 2 ตอนนี้มีวางจำหน่ายอยู่ตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะครับ

ทั้ง CU BOOK  /  ซีเอ็ด  /  B2S  /  Double A Book Tower

หรือจะสั่งซื้อกับทาง สำนักพิมพ์ปัญญาชน ก็ได้เช่นกัน

ใครไปร้านหนังสือ แวะดูกันได้นะครับ

IDIOM & SLANG เล่ม 1 = ชำแหละสำนวนอังกฤษ (พิมพ์ครั้งที่2)
IDIOM & SLANG เล่ม 2 = สำนวนสนุก สแลงสนาน

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
Hit the wall
/ Hit the brick
= ชนกำแพง / ถึงทางตัน
= ถึงขีดจำกัด / ถึงขีดสุด
= หมดแรง / อ่อนเปลี้ย

ไขสำนวน:
1) การถึงขีดจำกัดทางกาย
หมดแรง, หรือมีอาการอ่อนเปลี้ย จากกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากๆ
โดยเฉพาะในกีฬา “วิ่งมาราธอน” ที่มักจะใช้สำนวน Hit the wall
เมื่อนักวิ่งเกิดอาการช็อต อ่อนเปลี้ยเพลียแรง วิ่งต่อไปไม่ไหว

2) การมาถึงขีดจำกัด/ถึงทางตัน (ในเชิงสถานการณ์)
ไม่สามารถพัฒนาหรือก้าวหน้าได้อีก
หรือความสำเร็จหยุดชะงักอยู่แค่นั้น

ตัวอย่าง:
- “The detective examined all the leads in the case and then he hit a wall”.
(นักสืบตรวจสอบเบาะแสทุกอย่างในคดี แล้วเค้าก็พบทางตัน)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
No Pain, No Gain
= ไม่เจ็บ ก็ไม่โต
= ไม่เจ็บ ไม่จำ / ไม่เจ็บ ก็ไม่ได้เรียนรู้
= ไม่ยอมลำบาก ก็ไม่ได้มา

ความหมายและที่มา:
“No Pain, No Gain” หรือ “ไม่เจ็บก็ไม่โต” เป็นคติที่แพร่หลายในหมู่นักเพาะกาย
มันเริ่มได้รับความนิยมตั้งแต่ยุค 1980 จากวิดีโอแอโรบิคของดาราสาว เจน ฟอนด้า ที่มักจะใช้วลีเด็ด “No pain, no gain” สำหรับแนวคิดการออกกำลังกายจนถึงขั้นเจ็บปวดกล้ามเนื้อ   แนวคิดนี้เชื่อว่า มัดกล้ามใหญ่ๆ หรือรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มนั้น เป็นผลลัพธ์มาจากการฝึกอย่างหนัก และทนต่อการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ อย่างสม่ำเสมอ   และยังเชื่อว่าผู้ที่หลีกเลี่ยงความเจ็บปวด จะไม่มีทางก้าวขึ้นไปถึงขั้นนักเพาะกายระดับโปรได้

No Pain, No Gain ยังสามารถใช้เป็นคติสอนใจได้ กล่าวคือ “ถ้าไม่ยอมลำบาก ก็ไม่มีวันได้มา”   เพราะสำหรับเป้าหมายบางอย่างนั้น เราต้องยอมเหนื่อย ต้องใช้ความมุมานะพยายาม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลสำเร็จ   และถ้าเราไม่ยอมลำบาก คิดคดโกงหรือคิดใช้ทางลัด เราก็จะล้มเหลว หรือได้แต่ความสำเร็จที่ไม่ยั่งยืน   ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ “การสอบเอ็นท์” ที่ต้องใช้เวลาคร่ำเคร่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบยาวนาน แต่พอเอ็นท์ติดได้ก็ทั้งดีใจ, โล่งใจ และภูมิใจ คุ้มค่ากับความพยายามที่เสียไป (แต่ตรงกันข้าม พวกที่คิดโกงข้อสอบ พอถูกจับได้ขึ้นมา ก็มีแต่ซวยลูกเดียว!)

หรืออีกนัยหนึ่ง No pain, no gain ก็อาจหมายถึง “ไม่เจ็บ ไม่จำ” บางครั้งคนเราสามารถโตขึ้นได้หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ที่เจ็บปวดขมขื่น ให้อดีตเป็นบทเรียน ให้ประสบการณ์เป็นเครื่องเตือนใจเรา!

“No Sweat, No Sweet!”
(ไม่ยอมเหนื่อยจนเหงื่อโทรมกาย ก็มิอาจได้ลิ้มรสความสำเร็จอันหอมหวาน)

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
One Shot, One Kill
=  นัดเดียวจอด / 1 นัด 1 ชีวิต
ความหมายและที่มา:
“One Shot, One Kill” (1 นัด 1 ศพ) เป็นคติในหมู่ Sniper หรือนักลอบสังหารของกองทัพ ซึ่งมีหน้าที่เลือกเก็บเป้าหมายที่สำคัญของฝ่ายข้าศึก   ดังนั้นสไนเปอร์ต้องลงมือยิงปลิดชีพศัตรูให้ได้ภายในนัดเดียว การยิงแต่ละนัดของพวกเขาจึงต้องใช้ความแม่นยำสูงชนิดที่เรียกว่า-
“ยิงสั่งตาย” ได้
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:
Second to none
=  ไม่เป็นรองใคร / ไม่เป็นสองรองใคร
= สุดยอด / ชั้นหนึ่ง / เป็นที่หนึ่ง
นิยาม:
- Better than anything or anyone else.
- The best.
ตัวอย่าง:
- “Among all candidates, her talent is second to none.”
(ในบรรดาผู้แข่งขันทั้งหมด ความสามารถของเธอไม่เป็นรองใคร)
<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

สงวนลิขสิทธิ์
ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (59)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (59) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 

 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
 Rhyming Slang (2)
 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


 

Classic Cockney Rhyming Slang (2)

 

11) (have a) butcher’s
= ดู / มอง

 

ที่มา:

Butcher’s => Butcher’s hook = Look

 

ตัวอย่าง:
Man, have a butcher’s here!
(เกลอ ดูนี่สิ!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

12) China
= เพื่อน / เกลอ / สหาย
= แฟน / กิ๊ก

 

ที่มา:
China
=> China Plate = Mate

 

ตัวอย่าง:
Be careful! Your old China is around here.
(ระวังตัว! มะ-เอียเก่านายอยู่แถวๆนี้)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

13) Crust
/ Loaf
= หัว / สมอง

 

ที่มา:
Crust => Crust of bread = Head

Loaf => Loaf of bread = Head

 

ตัวอย่าง:
Use your loaf, dude!
(ใช้หัวหน่อยเพื่อน!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

14) Cobblers
= เหลวไหล / เพ้อเจ้อ

 

ที่มา:
Cobbler’s => Cobbler’s Awls = Balls
(**Balls = เป็นสแลงที่หมายถึง “ลูกอัณฑะ” หรือ “เรื่องไร้สาระ”)

 

ตัวอย่าง:
Man, That’s load of cobblers! Don’t believe him.
(เพื่อน นั่นมันเพ้อเจ้อทั้งนั้น! อย่าไปเชื่อไอ้หมอนั่น)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

15) Dog
= มือถือ / โทรศัพท์

 

ที่มา:
Dog => Dog and Bone = Phone

 

ตัวอย่าง:
Gimme me your dog!
(ขอมือถือเธอหน่อย!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

16) Frog
= ถนน

 

ที่มา:
Frog => Frog and Toad = Road

 

ตัวอย่าง:
Just drive along frog and toad.
(ขับไปตามถนนเรื่อยๆ)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

17) Hampsteads
= ฟัน

 

ที่มา:
Hampsteads => Hampstead Heath = Teeth

 

ตัวอย่าง:
I’ve got problem with my Hampsteads.
(ชั้นมีปัญหาเรื่องฟัน)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

18) Khyber
= ก้น

 

ที่มา:
Khyber
=> Khyber Pass = Arse

 

ตัวอย่าง:
Move your Khyber now!
(ย้ายก้นได้แล้วพวก!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

19) Mincies
= ตา

 

ที่มา:
Mincies => Mince pies = Eyes

 

ตัวอย่าง:
She has lovely, shiny mincies!
(เธอมีดวงตาสวยแวววับ!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

20) Pen
= กลิ่นตุๆ / กลิ่นเหม็น

 

ที่มา:
Pen => Pen and Ink = Stink

 

ตัวอย่าง:
Oops! I smell pen in here.
(อุ๊บส์! ชั้นได้กลิ่นตุๆในนี้)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 
 
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
สงวนลิขสิทธิ์
 
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
 
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOM (58)


หนังสือ IDIOM & SLANG 2 (“สำนวนสนุก สแลงสนาน”)

มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะครับ เช่น ซีเอ็ด / B2S / ศูนย์หนังสือจุฬา / Double A Book Tower และตามร้านหนังสือทั่วไป

เพื่อนๆสามารถแวะไปชมและอุดหนุนกันได้นะครับ

(หรือสั่งซื้อโดยตรงกับ สนพ.ปัญญาชน)

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สำนวนอังกฤษ
English Idioms (58) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 

มีคนเคยมา search สำนวน “see the light” เอาไว้ (แต่ยังไม่เคยเขียน)
คิดว่าน่าสนใจดี ตอนนี้ก็เลยขอเหมาสำนวนที่เกี่ยวกับ “แสง” ดู
เบอท

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
See the light
= เห็นกระจ่าง
= ตาสว่าง / เข้าใจในที่สุด
= พบทางสว่าง
ความหมาย:
1) เห็นกระจ่าง / เข้าใจอย่างถ่องแท้
2) ยอมรับหรือเข้าใจในท้ายที่สุด หลังจากที่เข้าใจผิด หรือคัดค้านมานาน
3) การพบทางสว่าง การเริ่มต้นเชื่อ,ศรัทธาในทางศาสนา / หรือการกลับใจเข้าสู่หนทางธรรม
ตัวอย่าง:
- “Some drivers used to opposed the alternative energy, but now they finally see the light.”
(ผู้ขับขี่บางคนเคยคัดค้านการใช้พลังงานทางเลือก แต่ในที่สุดพวกเค้าก็ตาสว่าง)
- “Angulimala saw the light after he had met the Buddha.”
(องคุลิมาลพบทางสว่างหลังจากได้พบพระพุทธเจ้า

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

See the light of day
= เผย / ปรากฏ / โผล่
= เผยแพร่
= กำเนิด / ออกมาลืมตาดูโลก
= ได้เกิด / ได้คลอด
= ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน

ความหมาย:
1) ถ้าใช้กับวัตถุ หมายถึง สิ่งนั้นได้ถูกนำมาเปิดเผย / เผยแพร่
2) ถ้าใช้กับความคิด,แผนการ หมายถึง มันได้เริ่มปรากฏ
3) ถ้าใช้กับคน หมายถึง “การเกิด” (ลืมตาออกมาดูโลก)
4) หรือการออกสู่ที่แจ้ง (เห็นแสงเห็นตะวัน)

ตัวอย่าง:  
- “The sailors just live in the submarine for days and seldom see the light of day.”
(กะลาสีได้แต่อยู่ในเรือดำน้ำเป็นวันๆ และแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน)

- “Democracy first saw the light of day in ancient Greece.”
(ประชาธิปไตยถือกำเนิดเป็นครั้งแรกในยุคกรีกโบราณ)


:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Light of my life
/ Light of someone’s life
= ยอดรัก / ยอดชีวัน
= แก้วตาดวงใจ

ความหมาย:
“Light of my life” หมายถึง คนที่คุณรักใคร่บูชาที่สุด และเค้าเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก, พ่อแม่, ลูก, ฯลฯ  

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินประโยคนี้ในเพลงรัก เช่น “You’re light of my life” (เธอเป็นแสงสว่างกลางใจ) หรือไม่ก็ “You’re the Sunshine of my life” (เธอเป็นดั่งแสงตะวัน)   โอ๊ว อะไรจะโรแมนติคขนาดนั้น!

ตัวอย่าง:
- “Darling, you’re light of my life. I can’t live without you! Would you marry me?”
(ที่รักเธอเป็นดั่งแสงสว่างของฉัน ชั้นอยู่โดยขาดเธอไม่ได้! แต่งงานกับชั้นเถอะนะ)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
Bring to light
/ Bring something to light

= เปิดเผย / ไขแสดง
= เปิดโปง / ตีแผ่
ความหมาย:
1) เป็นการ “เปิดเผย” ทำให้ผู้คนได้รับรู้เรื่องราวของสิ่งที่ถูกซุกซ่อน หรือเรื่องถูกเก็บงำไว้
2) เป็นการ “เปิดโปง” ตีแผ่เรื่องเลวร้าย หรือผิดกฎหมาย
ตัวอย่าง:
- “This excavation had brought to light the traces of Mayan civilization.”
(การขุดค้นครั้งนี้ได้เปิดเผยร่องรอยอารยธรรมมายา)
- “Edison Chen withdrew from HK showbiz after his sex scandals were brought to light.”
(เอดิสัน เฉิน ถอนตัวจากวงการบันเทิงฮ่องกง หลังจากที่เรื่องฉาวคาวโลกีย์ของเค้าถูกตีแผ่)
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
สงวนลิขสิทธิ์
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนวนอังกฤษ / ENGLISH IDIOMS (57)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (57) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 

 
 
คราวนี้ขอเป็น Rhyming Slang ซึ่งมีความแปลกและน่าสนใจ
จะมีมาลงสลับให้อ่านเรื่อยๆนะครับ
เบอท

 
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
 Rhyming Slang (1)
 
 ตอนนี้เรามาว่ากันด้วย “Rhyming Slang” ซึ่งเป็นการเล่นคำโดยที่ “คำเป้าหมาย” จะถูกสลับแทนที่ด้วย “คำรหัส” ที่มีสัมผัสคล้องจองกัน

 Rhyming Slang นี้เป็นสแลงแบบท้องถิ่น และต้นตำรับที่ขึ้นชื่อก็คือ “Cockney Slang” จากประเทศอังกฤษ ซึ่งชาวค็อกนีย์ที่อาศัยอยู่ในย่านอีสต์เอนด์ของลอนดอน จะแปลงคำโดยนำวลีสั้นๆที่มีคำ 2 คำมาเป็นตัวตั้ง แล้วดึงเอาคำแรกของวลีนั้นมาใช้เป็นคำรหัสเรียกแทน “คำเป้าหมาย” ซึ่งมีเสียงคล้องจองกับคำหลัง
หลายๆคนอ่านแล้วคงจะงงเต๊ก ดังนั้นขอยกตัวอย่างแรกจากค็อกนีย์สแลงที่ใช้กันแพร่หลายในอังกฤษ สแลงคำว่า “Porkies” หมายถึง “Lies” (อ๊ะ “เนื้อหมู” = “โกหก” ได้ไง??)
Porkies ในที่นี้มาจากวลีเต็มๆ "pork pies" ซึ่งคล้องจองกับคำว่า “lies”
(Porkies => Pork Pies = Lies)

 
คราวนี้มาดูอีกตัวอย่างซึ่งเป็น Rhyming Slang ที่ฮิตไปถึงอเมริกา ได้แก่ คำว่า “Raspberry” ที่หมายถึงเสียงที่น่ารำคาญจากการเป่าลิ้นดังปู้ด หรือเสียงตด (Raspberry = Fart)
คาดกันว่า Raspberry มาจากวลี “Raspberry Tarts” ซึ่งคล้องจองกับคำว่า “Farts”
(Raspberry => Raspberry Tarts = Farts)
 
 นอกจากความเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนแล้ว ว่ากันว่าชาวค็อกนีย์ใช้ Rhyming Slang อย่างมีนัยยะ นั่นคือมันเป็นการใช้คำเฉพาะในกลุ่มตนเพื่อปกปิดความหมายไม่ให้คนนอกรู้
หรือเพื่อเป็นการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชน   บ้างว่ามันเป็นที่นิยมใช้ในหมู่พ่อค้าแม่ขาย พวกเค้าใช้มันเป็น “โค้ดลับ” เพื่อสื่อสารกันเองในกลุ่มพวกพ้อง โดยที่ลูกค้าไม่รู้ความหมาย   
รวมทั้งพวกผู้ร้ายอาชญากรที่อาจใช้มันเพื่อสร้างความสับสนงงงวยให้กับตำรวจ
 
ภายหลัง Rhyming Slang ได้แพร่หลายออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งบางคนก็ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์การใช้แบบดั้งเดิมและใช้มันแบบผิดๆ
หรือนำไปประยุกต์ดัดแปลงเสียใหม่   ดังนั้น Rhyming Slang ในยุคหลังๆจึงมักเป็นการเล่นผันคำแบบอิสระตามใจชอบ ไม่ยึดถือกฎเกณฑ์ตายตัว ขอให้คล้องจองกันเท่านั้นเป็นพอ
 ข้อเสียของมันก็คือ Rhyming Slang เป็นคำที่ใช้ในเฉพาะกลุ่ม/ชุมชน ดังนั้นหลายๆคำจึงไม่เป็นที่รู้จักหรือยอมรับในวงกว้าง   และมันมีความไม่แน่นอนสูงตามวิสัยของสแลง นั่นคือหลายๆคำเกิดเร็วดับเร็ว มาแล้วก็ไปตามกระแส

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


 

Classic Cockney Rhyming Slang (1)

 

1) Adam and Eve
= เชื่อ

 

ที่มา:
Adam and Eve = Believe

 

ตัวอย่าง:
Please Adam and Eve me!
(โปรดเชื่อฉันเถิด!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

2) Alligator
= ทีหลัง

 

ที่มา:
Alligator = Later

 

ตัวอย่าง:
I will tell ya alligator!
(อั๊วจะบอกลื้อทีหลัง!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

3) Apples
/ Apple and Pears
= บันได

 

ที่มา:
Apples => Apples and Pears = Stairs

 

ตัวอย่าง:
Up the apples to the 2nd floor.
(ขึ้นบันไดไปชั้นสอง)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

4) Army
= เกรวี่

 

ที่มา:
Army => Army and Navy = Gravy

 

ตัวอย่าง:
That Army looks yummy!
(ซุปเกรวี่นั่นดูน่าทานจัง!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

5) Ayrton
= แบงค์10ฯ

 

ที่มา:
Ayrton
=> Ayrton Senna = Tenner
(Tenner = ธนบัตร 10 ปอนด์)

 

ตัวอย่าง:
He owes me Ayrton.
(เค้าติดเงินชั้นอยู่ 10 ปอนด์)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

6) Bacon
= ขา

 

ที่มา:
Bacon
=> Bacon and Eggs = Legs

 

ตัวอย่าง:
Wow, she has beautiful bacons!
(ว้าว หล่อนมีเรียวขาสวย!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

7) Barnet
= ผม

 

ที่มา:
Barnet => Barnet Fair = Hair

 

ตัวอย่าง:
Look! That’s not real Barnet, I believe he wears Irish Jig!
(ดูเด่ะ! นั่นไม่ใช่ผมจริงหรอก ชั้นคิดว่าเค้าใส่วิก)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

8) Bee
/ Bread
= เงิน / สตางค์

ที่มา:
Bees
=> Bees and Honey = Money
และ
Bread => Bread and Honey = Money

 

ตัวอย่าง:
I put the bread in the encyclopedia. You just go check it out.
(ชั้นสอดเงินไว้ในหนังสือสารานุกรม นายลองไปเช็กดู)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

9) Bristols
= หน่มน้ม / หน้าอก

 

ที่มา:
Bristols
=> Bristol Cities = Titties

 

ตัวอย่าง:
What da Bristols she has! Bigger than melons!
(หน้าอกหน้าใจอะไรของหล่อนเนี่ย! ใหญ่กว่าแตงโมซะอีก!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:

 

 

10) Bull
= ทะเลา / มีเรื่อง

 

ที่มา:
Bull => Bull and Cow = Row

 

ตัวอย่าง:
Stop! Please don’t ask help from him, or we will have a big bull!
(หยุด! อย่าไปเรียกให้เค้ามาช่วย ไม่งั้นเดี๋ยวจะยิ่งมีเรื่อง!)

 

<-: <-; <-:  <-: <-; <-: <-: <-; <-:  <-: <-; <-:


 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 
 
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
 
สงวนลิขสิทธิ์
 
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
 
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / English Idioms (56)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (56) ดาวดาว

 

Idioms / Phrases / Slangs

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~

http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
Take it with a pinch of salt
/ Take it with a grain of salt

= ฟังหูไว้หู
= ฟังแล้วอย่าพึ่งเชื่อ / ฟังแล้วอย่าด่วนสรุป
= น่ากังขา / น่าเคลือบแคลง

ความหมาย:
“Take it with a pinch of salt” (ฟังหูไว้หู) หมายถึง การรับฟังข้อมูลนั้นๆด้วยความชั่งใจ เพราะเรื่องที่เราได้ยินมามันไม่จริงเสียทีเดียว หรือมันเป็นการพูดแบบเกินจริง/ใส่สีตีไข่ หรือมีการบิดเบือนข้อมูลบางอย่างไป   คุณจึงไม่สามารถเชื่อได้เต็ม 100% (ฟังแล้วต้องเอาไปหาร)
ที่มา:
สำนวนนี้มีที่มาจากการปรุงอาหาร นั่นคือเมื่อคุณ “ใส่เกลือลงไปสักเหยาะ” (with a Pinch Of Salt) อาหารจะมีรสชาติน่าทานขึ้น ช่วยให้คุณเจริญอาหาร เปรียบดั่งคำพูดที่ถูกปรุงแต่ง มันทำให้คุณรู้สึกรื่นหูและยินดีที่จะรับฟังได้ง่ายขึ้น ทั้งๆที่มันอาจจะเป็นคำลวงที่ฉาบยาพิษไว้

ว่ากันว่าสำนวนนี้มีที่มาจากวลีภาษาละติน “CUM GRANO SALIS” (with a grain of salt) โดยในยุคโรมันเมื่อราว 2,000 ปีก่อน ผู้เฒ่าพลินีย์,นักประวัติศาสตร์ ได้บันทึกเรื่องราวอันน่าฉงนสนเท่ห์ของกษัตริย์ไมทริเดทส์ที่6 แห่งพอนทัส ที่หัดทานยาต้านพิษจนร่างกายสามารถทนพิษร้ายแรงได้ โดยในสูตรลับของยาต้านพิษนั้นตบท้ายด้วย “เกลือหนึ่งเหยาะ”   แม้พลินีย์จะเขียนรายงานแบบตรงๆเช่นนั้น แต่ในภายหลังบรรดานักอ่านตีความว่าชาวโรมันไม่ควรจะเชื่อข้อมูลจากกษัตริย์ที่เป็นศัตรูตัวดีของกรุงโรมแบบง่ายๆตัวอย่าง:
- “Honey, you have to take it with a pinch of salt! They want to destroy us, they’re bullshit!”
(ที่รัก เธอต้องฟังหูไว้หู! พวกเค้าต้องการทำลายเรา พวกเค้าน่ะตอแหล!)
 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Honesty is the best policy
= ซื่อสัตย์ไว้เถิดเป็นดี
= ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน

ความหมายและที่มา:
“Honesty is the best policy” เป็นคติพจน์ที่มีความหมายตรงตัว นั่นคือ “ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นวิถีปฏิบัติที่ดีที่สุด” เพราะในระยะยาวแล้ว การพูดความจริงจะสร้างปัญหาให้คุณน้อยกว่าการโกหกแน่ๆ  ตรงกันข้ามการโกหกฉ้อฉลมักจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น   ดั่งสุภาษิตไทยที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”

อย่างที่เราท่านเห็นประจักษ์

คู่รักที่โป้ปด ลงเอยด้วยการหย่าร้าง

ส่วนนักการเมืองที่ฉ้อฉล ลงท้ายถูกประณาม

ฉะนั้นจงซื่อสัตย์ไว้เป็นดีที่สุด!

 

สุภาษิตนี้ถือกำเนิดในยุโรปเมื่อราวๆปี ค.ศ. 1600   ตัวอย่างเช่นในวรรณกรรมเลื่องชื่อ “ดอน กิโฮเต้” ของแซร์บานเตส

“Honesty is more effective than dishonest scheming”. (การซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาให้ผลดีกว่าการใช้ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย)


ตัวอย่าง:
- “Honesty is still the best policy. Businesses use honor system and most customers adhere.”
(ความซื่อสัตย์สุจริตยังเป็นแนวนโยบายที่ดีที่สุด ธุรกิจค้าขายใช้หลักความซื่อสัตย์ และลูกค้าส่วนใหญ่ยึดถือตามนั้น)


:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Hit the nail on the head
= ถูกจุด / ตรงจุด
= ตรงเป้า / ตรงประเด็น

= โดน / โดนใจ
= ถูกต้องแล้วคร้าบ!



 

 

Syn (คำเหมือน):
- get to the heart of the matter

ความหมายและที่มา:
“Hit the nail on the head” หมายถึง
- การพูดถูก, ทำถูก
- พูดตรงประเด็น
- ตอบคำถามได้ตรงเป๊ะๆ / หรืออธิบายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
- ตอบโจทย์ได้ถูกจุด
- ได้ข้อสรุป / ได้ข้อยุติ
- พูดโดนใจ / พูดแทงใจดำ

ที่มาของสำนวนนี้ที่ถูกต้องและเข้าใจง่ายที่สุดก็คือ “การตอกตะปูตรงหัว” (ดังในภาพ) ซึ่งเป็นการตอกที่ตรงเข้าเป้า และถูกต้องแม่นยำที่สุด

นอกจากนี้คำว่า “nail” (ตอก, ตรึง) ในภาษาอังกฤษนั้น มักพบในสำนวนที่เกี่ยวกับการแฉ/เค้นความจริง อาทิ “Nail a lie” (แฉความเท็จ) ซึ่งมีที่มาจากทางฝั่งยุโรปเมื่อครั้นอดีต ตัวอย่างเช่น


-> พวกพ่อค้าจะชอบตอกเหรียญกษาปณ์ปลอมไว้บนเคาเตอร์เพื่อให้ทุกคนเห็นและจดจำได้

-> ในบริเตนเมื่อหลายร้อยปีก่อน กระบวนการยุติธรรมจะใช้การแขวนคอ, โบยตี รวมทั้งการ “ตอกตะปู” สำหรับในความผิดบางกระทง
ผู้กระทำผิดจะต้องถูกตอกหูบนแท่นประหารทั้งวันจนถึงตอนมืด และผู้หญิงที่ชอบซุบซิบนินทา เผยแพร่เรื่องเสียๆหายๆ จะต้องถูกตอกลิ้น! (ซาดิสม์ชะมัด บรื๋อ~)

-> นอกจากนี้ ในธรรมเนียมการเดินเรือของพวกพ่อค้าพาณิชย์ ก่อนออกเรือจะต้องมีการตกลงกันด้วยการ “ตอกหมุด” หมุดที่ว่านี้เป็นเสาสูงเท่าเอว และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 ฟุต
คณะพ่อค้าจะวางเงินที่เสนอลงบนหมุด และเมื่อได้ข้อตกลงจนเป็นที่พอใจแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันตอกหมุด (Hit the nail!)


 

ตัวอย่าง:
A: “I think education is the most important thing, if we want to improve Thai politics!”
(ชั้นคิดว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเราต้องการปรับปรุงแก้ไขการเมืองไทย)
B: “You’ve hit the nail on the head! I absolutely agree with you!”
(เธอพูดถูกเผงเลย! ชั้นเห็นด้วยแบบสุดๆ!)

 

สงวนลิขสิทธิ์
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ

สำนวนอังกฤษ / English Idioms (55)


สำนวนอังกฤษ

English Idioms (55) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~

http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
In someone’s shoes
= ถ้าชั้นเป็นเค้า

Syn (คำเหมือน):
- In someone’s place
- In someone’s stead

ความหมาย:
“In someone’s shoes” หมายถึง
การอยู่ในสถานะของคนอื่น (ถ้าชั้นเป็นเค้า / เป็นเหมือนเค้า)
เป็นการพูดเพื่อสมมติว่า
“ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับคนๆนั้น คุณจะตอบโต้กับมันอย่างไร?”
ข้อสังเกตของสำนวนนี้คือ ในการใช้มักจะมี IF ขึ้นต้นประโยคเสมอ เช่น
If I was in your shoes, I would accept that offer immediately!”
(ถ้าชั้นเป็นนาย ชั้นจะตอบรับข้อเสนอนั้นทันที!)

ตัวอย่าง:
- “If you put yourself in my shoes, what will you do?”
(ถ้าหากนายเจอแบบชั้น นายจะทำอย่างไร?)
- “You’re not alone! Lots of people are in your shoes, failing the Entrance Exam.”
(เธอไม่โดดเดี่ยวหรอก หลายคนก็เป็นเหมือนเธอ พลาดการสอบเอ็นทรานซ์เหมือนกัน)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Walk a mile in someone’s shoes
= ลองเป็นเค้าดู / ลองเจอแบบเค้าดู
= นึกถึงหัวอกเค้าบ้าง

ความหมาย:
สำนวน “Walk a mile in someone’s shoes” มาจากประโยคเต็มๆว่า “DON’T JUDGE A MAN UNTIL YOU HAVE WALKED A MILE IN HIS BOOTS” (อย่าตัดสินคน จนกว่าคุณจะได้ผ่านประสบการณ์เหมือนเค้า)

กล่าวคือ ก่อนที่คุณจะไปวิพากษ์วิจารณ์ใคร คุณควรจะนึกถึงหัวอกคนอื่น เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง เพราะบางเรื่องถ้าคุณไม่เจอกับตัวเอง คุณก็คงจะไม่รู้สึก

ตัวอย่างเช่น เวลาที่มีคนมาแขวะ โดยที่เค้าไม่รู้ว่าคุณต้องเจอกับปัญหาอะไรมาบ้าง บางครั้งคุณคงจะเคยโต้ตอบคนๆนั้นไปว่า “ลองมาเป็นชั้นดู” (Walk a mile in my shoes!)

สำนวนนี้มีบางรูปประโยคที่มีความหมายใกล้เคียง ได้แก่
- “Don’t criticize another person’s work until you’ve tried to do it yourself.”
(อย่าวิจารณ์ผลงานของคนอื่น จนกว่าคุณจะได้ลองทำมันเอง)


- “Don’t judge another person’s life until you’ve been forced to live it.”
(อย่าไปวิจารณ์ชีวิตใคร ถ้าคุณไม่เคยต้องเป็นอยู่เหมือนเค้า)

 

ตัวอย่าง:
- “If you don’t walk in my shoes, you can’t feel my pain.”
(ถ้านายไม่เจอเหมือนชั้น นายคงไม่เข้าใจความเจ็บปวดของชั้นหรอก)


:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Throw in the towel
/ Throw in the sponge

= โยนผ้า
= ยอมแพ้ / ยอมจำนน


ความหมายและที่มา:
“Throw in the towel” หมายถึง การยอมรับความพ่ายแพ้, ยอมรับความล้มเหลว
หรือการยุติล้มเลิก เพราะหมดหวัง หมดหนทางสู้

สำนวนนี้มีที่มาจากวงการหมัดมวย ในการดวลกำปั้น เมื่อผู้จัดการหรือพี่เลี้ยงเห็นว่านักมวยฝ่ายตนถูกอัดจนน่วมและชกต่อไม่ไหว เค้าจะโยนผ้าหรือฟองน้ำขึ้นไปบนสังเวียน เพื่อขอยุติการชก และยอมแพ้โดยปริยาย

 

ตัวอย่าง:
- “The union was forced to throw in the towel and settle their bitter dispute with the company.”
(สหภาพแรงงานถูกบีบให้ยอมจำนน และยุติความขัดแย้งกับบริษัท

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Good to go
= พร้อมเต็มที่
= พร้อมลงมือ / พร้อมลุย
Def (นิยาม):
- ready for situation
ความหมาย:
“Good to go” หมายถึง พร้อมลงมือ, พร้อมปฏิบัติการ หรือพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่

ตัวอย่าง:
- “We are well-trained and with all these equipments. We’re good to go!”
(เราได้รับการฝึกมาอย่างดี และด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้  เราพร้อมเต็มที่)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
สงวนลิขสิทธิ์
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนวนอังกฤษ / English Idioms (54)


สำนวนอังกฤษ
English Idioms (54) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs 

 
 
ตอนนี้แสลงมาเป็นสลับ เอ้ย สลับมาเป็นสแลง อีกครั้ง
เบอท

 
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
crikey
= คุณพระ
= พระเจ้าจ๊อด
 
การใช้และที่มา:
 “Crikey” (คุณพระ) เป็นแสลงที่ใช้อุทานในยามประหลาดใจ หรือต๊กกะจัย  
มันเป็นคำสบถแบบขำๆ ที่แผลงมาจากคำว่า “Christ” 

 Crikey เป็นแสลงเก่าจากทางฝั่งยูเค ที่เริ่มปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในราวๆปี ค.ศ. 1830  
เวลาจะใช้ต้องระวังนิดนึง เพราะถ้าไปพูดให้คนเคร่งศาสนาคริสต์ได้ยิน เค้าอาจจะเคืองเอาได้ (โทษฐานหมิ่นพระศาสดา)

 

ตัวอย่าง:
- “Crikey, is there nothing for us to eat?”
  (พระเจ้าจ๊อด ไม่มีอะไรให้เรากินเลยเหรอเนี่ย?)

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 

 

Blimey
/ Cor Blimey

= พระเจ้าช่วยฯ / คุณพระคุณเจ้า
= โอ้โห / ว้าว

= อุ๊ยตาย / ให้ตายสิ

 

Syn (คำเหมือน):
- Crikey  /  Gosh  /  Holy cow  /  Goodness  /  Oh  /  Wow

 

การใช้และที่มา:
 “Blimey” หรือ “Cor blimey” (พระเจ้าช่วยฯ) เป็นสแลงที่ใช้อุทานเพื่อแสดงความประหลาดใจ, เมื่อคุณเซอร์ไพรส์ หรือช็อคสุดขีด

 

Cor Blimey เป็นคำสแลงที่แผลงเสียงมาจาก “God blind me!” (พระเจ้าช่วยปิดตาลูกช้างด้วย!)   โดยถือกำเนิดในยูเค ราวๆปลายศตวรรษที่ 19

 

สำหรับสแลงตัวนี้ บางครั้งชาวบริติชอาจจะพูดอุทานสั้นๆแค่ “Cor” หรือแค่ “Blimey” หรือพูดแผลงเป็น “Gawd Blimey” หรือ “Gor Blimey” ก็ได้

ตัวอย่าง:
- “Blimey, that’s expensive!”
  (ให้ตายสิ แพงชะมัด)

 

 

- A: “Hey dude, I win a lottery!”
  (เฮ้พวก ชั้นถูกล็อตเตอรี่!)


  B: “Cor blimey, you’re so darn lucky!”
  (พระเจ้าฯ นายนี่โคตรโชคดีเลย!)


 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 

Wikka wikka
= จ๊าบแจ๋ว / แหล่ม / โดน
= เอ๊กซ์กระฉูด / เซ็กซี่ / ฮ็อต

ความหมาย:
 “Wikka Wikka” เป็นแสลงที่หมายถึง
- สิ่งที่เซ็กซี่, แรง, เร้าอารมณ์
- สิ่งที่คูล!, เก๋ไก๋, แหล่มโดนใจ
- สาวเอ๊กซ์เซ็กซี่ สาวทรงสะบึมส์

- เซ็กซ์ หรือการมีเพศสัมพันธ์

 

ตัวอย่าง:
- A: “Look Pei on that magazine’s cover!”
  (ดูเป้ยบนปกแม็กกาซีนเล่มนั้นสิ!)

 

   B: “Wikka Wikka!”
   (แหล่มจริงๆ!)

 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 
 
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 
 
 
สงวนลิขสิทธิ์
 
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
 
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / / English Idioms (53)


สำนวนอังกฤษ

English Idioms (53) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~ http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->


ตอนนี้จะเป็นพวก “สำนวนถอดแบบ แฝดคนละฝา” นั่นคือเป็นสำนวนอังกฤษและไทยที่คล้ายกันอย่างกะแกะ เหมือนแฝดพี่แฝดน้องที่คลานตามกันมา แลบลิ้น
เบอท

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :-
An army marches on its stomach
= กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

ความหมาย:

“An army marches on its stomach” (กองทัพต้องเดินด้วยท้อง) เป็นคติพจน์ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงการทหาร โดยสื่อความหมายได้ว่า “กองทัพที่จะประสบความสำเร็จในการศึกสงคราม จะต้องอาศัยการพลาธิการที่เพียบพร้อม” เพราะต่อให้ทหารเก่งกล้าสามารถแค่ไหน แต่ถ้าขาดเสบียงอาหาร พวกเค้าก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปรบทัพจับศึกกับใคร

napoleon
“นโปเลียน” (ปี ค.ศ. 1769-1821)

ที่มา:
คติพจน์นี้มีที่มาจากคำกล่าวภาษาฝรั่งเศส ‘C’est la soupe qui fait le soldat.’
และเจ้าของวาทะดังกล่าวไม่ใช่ใครที่ไหน เค้าคือจอมทัพผู้เกรียงไกร “นโปเลียน โบนาปาร์ต”
ซึ่งเป็นผู้ที่เล็งเห็นความสำคัญของ “Logistics” หรือการพลาธิการ (ได้แก่การขนส่งลำเลียง เสบียงอาหาร, เสื้อผ้า, อาวุธยุทโธปกรณ์ ฯลฯ ไปสู่แนวรบ)

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ กองทัพมหาอำนาจอย่าง “สหรัฐ” ที่มีทั้งเงินและขีดความสามารถมากพอที่จะสนับสนุนปฏิบัติการทางโลจิสติกส์ระดับมหึมา   ในระหว่าง 6 เดือนของการระดมทรัพยากรเพื่อปฏิบัติภารกิจในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (ปี 1990-1991) กองทัพสหรัฐได้ทำการเคลื่อนย้ายเสบียงกว่า 1.8 ล้านตัน, ยานพาหนะ 126,000 คัน, และอาวุธยุทโธปกรณ์หนักกว่า 350,000 ตัน พวกเค้าจึงมีพร้อมสรรพทุกอย่างที่ต้องการ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้กองทัพอิรักต้องพ่ายแพ้ในเวลาไม่ถึง 100 ชั่วโมง

หรืออย่างในสงครามอัฟกานิสถาน (เริ่มต้นเมื่อปี 2001)  กองทัพสหรัฐได้แสดงประสิทธิภาพในการโลจิสติกส์ไว้อย่างน่าทึ่ง   โดยสหรัฐใช้เวลาแค่ 1 เดือนในการเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ และใช้เวลาน้อยกว่า 3 เดือนในการส่งกำลังทหารเข้าแทรกซึมบนแผ่นดินของศัตรูที่อยู่ไกลคนละซีกโลก

ปัจจุบันการโลจิสติกส์ได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยได้มีการนำเทคโนโลยีไอทีและเครื่องมือคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ ทำให้ฝ่ายพลาธิการสามารถตรวจสอบและติดตามรายการสิ่งของต่างๆที่มีอยู่ในทั่วโลกได้อย่างถูกต้องแม่นยำ การดำเนินการจึงยิ่งสะดวกฉับไว

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

In the same boat

/ All in the same boat

= ลงเรือลำเดียวกัน / ร่วมหัวจมท้าย

ความหมาย:
“In the same boat” (ลงเรือลำเดียวกัน) หมายถึง การตกอยู่ในภาวะหรือสถานการณ์เดียวกัน   หรือ การที่คนกลุ่มหนึ่งเผชิญปัญหาเหมือนๆกัน และทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา

ในยามที่ครอบครัว, หมู่คณะ, ไปจนถึงประเทศชาติ ประสบปัญหา ถ้าทุกคนเอาแต่คิดแบบตัวใครตัวมัน ทะเลาะเบาะแว้งกัน เราก็คงจะไปไม่รอด ฉันใดฉันนั้น ทุกคนควรจะสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อทำให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย

ที่มา:
สำนวนนี้ถือกำเนิดในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 โดยมาจากการเดินทางในทะเลด้วยเรือเล็ก ที่ผู้โดยสารทุกคนมีความเสี่ยงเหมือนๆกัน  ถ้าเรือจมก็จมด้วยกัน ถ้ารอดก็รอดด้วยกัน


ตัวอย่าง:
- “We’re all in the same boat now and we shall have to work together to find a solution.”
(ตอนนี้เราทุกคนเจอะปัญหาเหมือนกัน และเราจะต้องช่วยกันหาทางออก)


:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 

 

Kill two birds with one stone

/ One Stone, Two Birds
= ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

 

ความหมาย:
“Kill two birds with one stone” (ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว) หมายถึง การทำ 2 อย่างได้ในคราวเดียวเพราะโอกาสเอื้ออำนวย   หรือการลงมือทำอะไรสักอย่าง แล้วได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างทวีคูณ (ได้ประโยชน์สองต่อ)

ทางฝั่งยุโรป สำนวนนี้เริ่มปรากฏเค้าลางเมื่อเกือบๆ 2,000 ปีก่อน ในบทประพันธ์ของ “โอวิด” ซึ่งเป็นภาษาละติน   และในศตวรรษที่ 16 มันได้ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ตัวอย่างเช่น ในงานเขียนของ โทมัส ฮ็อบส์ เกี่ยวกับเสรีภาพ เมื่อปี 1656: “…to kill two birds with one stone, and satisfy two arguments with one answer.” (…เป็นการยิงลูกหินนัดเดียวได้นก 2 ตัว, และคลี่คลาย 2 ปัญหาได้ด้วยคำตอบเดียว)


ตัวอย่าง:
- “I could visit my girlfriend too while I was having business trip in Japan. It was like to kill two birds with one stone.”
(ชั้นได้ไปเยี่ยมแฟนด้วย ขณะเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่น   มันเหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

:-> ;->:->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
สงวนลิขสิทธิ์
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนวนอังกฤษ / English Idioms (52)


 

เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~
http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :-> ;-> :->

สำนวนอังกฤษ
/ English Idioms (52) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs

ตอนนี้ขอเป็น slang แล้วกัน
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

 

Hot air

= เพ้อเจ้อ / ไร้สาระ / เหลวไหล

Syn (คำเหมือน):

empty talk, nonsense, bullshit

ความหมาย:
“Hot air” เป็นสแลงที่ใช้แขวะคำพูดเพ้อเจ้อ, คำคุยโวโอ้อวด

ตัวอย่าง:
A: “Our team will beat you definitely!” (ทีมอั๊วจะต้องชนะลื้ออย่างขาดลอย!)

B: “Hot air!”  (เพ้อเจ้อว่ะ!)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Oopsie daisy
= อุ๊ย ตาเถรฯ / อุ๊ย แม่ร่วง
= ตายโหง / ตายแล้ว / ชิบเป๋ง
= ฮึบ / เอ้า ฮึบ

Syn (คำเหมือน):
- ooh, shit!
- oops, whoops
- oops-a-daisy, whoops-a-daisy

ความหมาย:
“Oopsie daisy” เป็นสแลงจากทางฝั่งบริติช ที่ใช้อุทานในเวลาตกใจ, ประหลาดใจ-
หรือไม่พอใจ   มันเป็นเวอร์ชั่นภาษาดอกไม้ของ “Ooh, shit!” (เปลี่ยนจาก “อู๊ ชิทแตก!” มาเป็น “อุ๊ย พิกุลร่วง!” 555)


oops-a-daisy ยังเป็นคำอุทานขำๆที่ใช้พูดเมื่อเห็นคนลื่นล้ม, หกล้ม (ภาษาไทยคงประมาณว่า “อุ๊ย แม่ร่วง!”) หรือใช้ในตอนช่วยคนให้ลุกขึ้นนั่ง, ยืน หรือปีนป่าย (นึกถึงตอนที่คุณยื่นมือให้เพื่อนแล้วส่งเสียง “เอ้า ฮึบ!”)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Suck it up
= จำทน / อดทน / อดทนอดกลั้น
= ทนเอา / ทนไป
= กัดฟันทน
= กลืนเลือด / กัดลิ้นกลืนเลือด

Def (นิยาม):
- to deal with it and move on.
- To endure a period of mental, physical, or emotional hardship with no complaining.

Syn (คำเหมือน):
- bite the bullet

ความหมาย:
“Suck it up!” (ทนเอา / กัดฟันทน) เป็นคำสแลงที่หมายถึงการอดทนเผชิญความยากลำบาก ทั้งทางกาย, ทางใจ โดยไม่ปริปากบ่น

Suck it up เป็นสแลงที่นิยมใช้ในหมู่ทหาร   และบ้างสันนิษฐานว่านี่เป็นสแลงที่ถือกำเนิดจากนักบินรบ เพราะเวลานักบินจะอาเจียนในหน้ากาก เค้าควรจะกลืนมันกลับ ไม่เช่นนั้นมันจะไปอุดตันท่อหายใจและอาจทำให้นักบินตายได้

สำนวนไทยที่มีความหมายใกล้เคียง ได้แก่ “ยอมกลืนเลือด” ซึ่งเป็นอาการที่มักจะพบกันบ่อยๆในหมู่นักการเมืองไทย (ฮา~ แลบลิ้น)


ตัวอย่าง:
- “Suck it up private we have 10 more kilometers to go!”
(ทนเอาหน่อย พลทหาร เรายังต้องไปอีก 10 กิโลฯ!)

 

- “To prepare your children for the real world, teach them that sometimes they just have to suck it up!”

(ในการเตรียมลูกๆของคุณให้พร้อมเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริง  จงสอนพวกเค้าว่าบางครั้งพวกเค้าก็ต้องรู้จักอดทนอดกลั้น)

 

 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
 

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->
สงวนลิขสิทธิ์
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต


สำนวนอังกฤษ / English Idioms (51)


เจ้าของบล็อกขอฝากเพจ IDIOM & SLANG ใน Facebook ด้วยนะครับ ^ ^ อย่าลืมช่วยกด like เป็นสมาชิกด้วยเน้อ~

http://www.facebook.com/pages/IDIOM-SLANG-chahaela-sanwn-xangkvs/120614324648986

สำนวนอังกฤษ
/ English Idioms (51) ดาวดาว

Idioms / Phrases / Slangs

สำนวนอังกฤษกลับมาอีกแล้วครับทั่น!!!
หลังจากตอนที่ 50 ผมได้จัดการเรียบเรียงต้นฉบับ และนำไปเสนอบาง สนพ. แล้ว
ผลจะเป็นยังไงก็ช่างมัน!  Let it be!!
เรากลับมาว่าเรื่องสำนวนของเรากันต่อดีกว่า (ตั้งใจว่าจะเขียนให้ครบ 1,000 ตอน กว่าจะถึงตอนนั้นคงม่องเท่งไปแล้ว 555 แลบลิ้น)
ตอนแรกในรอบปี 2008 นี้ ว่าด้วยสำนวนที่เกี่ยวกับ “วัว วัว”, “(กระ)ทิง (กระ)ทิง”
เบอท
:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Like a red rag to a bull

= ยั่วโมโห / กวนโทสะ

= ทำให้ปรี๊ดแตก / ทำให้ฟิวส์ขาด

ความหมาย:

สำนวน “Like a red rag to a bull” (เหมือนเอาผ้าแดงไปล่อวัวกระทิง)

หมายถึงสิ่งที่ยั่วโมโห ทำให้คนโกรธหรือฉุนจนฟิวส์ขาด

สำนวนไทยที่มีความหมายคล้ายๆกัน ได้แก่ “เหมือนเอาน้ำมันไปราดบนกองเพลิง”

ที่มา:

สำนวนนี้มีที่มาจากกีฬาสู้วัวในสเปนนั่นเอง

อย่างที่เราเคยชมในทีวี เมื่อมาธาดอร์โบกสะบัดผ้าแดงให้ท่าเมื่อไร

กระทิงกลัดมันจะวิ่งเข้าใส่ด้วยความดุดันคึกคะนอง

จากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ จริงๆแล้วกระทิงมีตาบอดสี สีแดงจึงไม่ใช่สิ่งที่ยั่วโทสะมัน

แต่เป็นท่วงท่าการโบกสะบัดผ้าแดงต่างหากที่ดึงดูดความสนใจกระทิง

ตัวอย่าง:

-“Don’t talk to him about politics because it’s like a red rag to a bull.”

(อย่าไปคุยกับเค้าเรื่องการเมือง เพราะมันเหมือนกับเอาผ้าแดงไปยั่ววัวกระทิง)


:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Hit the bull’s eye

= เข้าเป้า / ตรงเป้า

= บรรลุเป้าหมาย

Syn (คำเหมือน):

-hit the mark

ความหมาย:

ในกีฬายิงเป้าปาเป้าทั้งหลาย (ปืน, ลูกดอก ฯลฯ)

“Hit the bull’s eye” หมายถึง “ยิงเข้ากลางเป้า”

ความหมายโดยนัย หมายถึง “การบรรลุเป้าหมายอย่างงดงาม” / “สำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้”

ที่มา:

แน่นอน สำนวนนี้มีที่มาจากกีฬายิงเป้า ซึ่งตรงกลางเป้าจะเป็นวงกลมสีดำ –

ดูคล้ายๆลูกตาวัว มันจึงถูกขนานนามว่า “Bull’s eye”

ในประเทศอังกฤษ เป้าแบบ Bull’s-eye ไม่เคยถูกใช้ในการแข่งขันยิงธนูยุคโบราณ

แต่เริ่มนำมาใช้กันจริงๆในการแข่งยิงปืนสั้นและปืนยาว (ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18)

คำว่า “Bull’s-eye” มีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ 17 โดยสันนิษฐานว่าได้ชื่อมาจาก-

เหรียญ 1 คราวน์ (หรือ 5 ชิลลิ่ง) ซึ่งชาวอังกฤษนิยมใช้มันในการแทงพนันทายผลแข่งล่อวัวกระทิง จนเรียกกันติดปากว่าเหรียญ bull’s-eye

ตัวอย่าง:

-“Boss is happy because our sales target hit the bull’s-eye.

(เจ้านายพอใจเพราะยอดขายของเราเข้าเป้า)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :->

Like a Bull in a china shop

= ซุ่มซ่าม /  งุ่มง่ามเงอะงะ / มะงุมมะงาหรา /  เฟอะฟะ

= ตัวอันตราย / ตัวสร้างปัญหา/ ตัวก่อเรื่อง

= คนขาดสติ / คนสิ้นคิด / ผู้ไม่รู้กาลเทศะ

= พวกชุ่ย / สะเพร่า / คนขาดความละเอียดอ่อน

= พวกชอบทำอะไรโฉ่งฉ่าง

ความหมาย:

สำนวน “Like a bull in a china shop” (เหมือนกระทิงหลุดเข้าไปในร้านเครื่องเคลือบ)

สรุปรวบยอดหมายถึง “ผู้ที่ทำอะไรอย่างสิ้นคิด สะเพร่า ขาดความสุขุมรอบคอบ ซึ่งมักจะก่อให้เกิดความเสียหายตามมา

ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ที่ได้เสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่ง “ยอดกระทิงในร้านเครื่องเคลือบ” ได้แก่

-คนซุ่มซ่าม, เงอะๆงะๆ ที่ชอบทำข้าวของตกแตกเสียหายจนเป็นนิสัย

-พวกคนมือบอน พวกชอบทำลาย จับแตะอะไรเป็นต้องพัง

-คนชุ่ย พวกที่ชอบทำอะไรแบบขอไปที ขาดความระมัดระวัง ซึ่งบางครั้งทำให้งานเสียหาย

-พวกนักการเมืองอันธพาลจอมโผงผาง ที่มั่นใจในนโยบายตัวเองสุดๆ คิดว่าข้าแน่ข้าทำถูก แต่การตัดสินใจบางอย่างกลับส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศชาติ ต่อประชาคมโลก ตัวอย่างเช่น ฯพณฯ ท่าน จอร์จ ดับเบิลยู บุช จากสหรัฐฯ ส่วนตัวแทนจากประเทศไทย ได้แก่ . . . เชิญเติมกันเอาเองครับพี่น้อง (ฮา…….)

ที่มา:

คำว่า “china” ในที่นี้แปลว่า “เครื่องเคลือบ” (อาทิ จาน,ชาม, แจกัน, แก้ว ฯลฯ) ซึ่งเครื่องเคลือบชั้นดีมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เครื่องเคลือบได้ถูกนำเข้ามาในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 16

และเริ่มมีการผลิตที่นั่นอย่างเป็นล่ำเป็นสันในราวๆศตวรรษที่ 18 ดังนั้นสำนวน “Like a bull in a china shop” น่าจะถือกำเนิดในช่วงเวลาดังกล่าว

คุณลองนึกภาพดูแล้วกัน ถ้าหากมีกระทิงสักตัวหลุดเข้าไปในร้านเครื่องเคลือบ ที่เต็มไปด้วยถ้วย-โถโอชาม  ร้านนั้นคงจะต้องวินาศสันตะโรแน่ๆ

ตัวอย่าง:

- “His lack of understanding made him appear as a bull in a china shop.”

(การขาดความเข้าใจ ทำให้เค้าออกอาการเหวอ)

- “Playing new ‘Hulk’ game. It’s like being a bull in a china shop, and the china shop is New York City.”

(ในการเล่นเกม ‘ยักษ์เขียวฮัลค์’ ภาคใหม่   มันให้ความรู้สึกเหมือนวัวกระทิงในร้านเครื่องเคลือบ โดยเปลี่ยนฉากหลังมาเป็นเมืองนิวยอร์ก)

:-> ;-> :->  :-> ;-> :-> :-> ;-> :->  :-> ;-> :-
สงวนลิขสิทธิ์
- ยินดีสำหรับการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมความรู้
- ยินดีถ้าท่านจะ save เก็บไว้อ่านเองที่บ้าน
แต่ไม่ยินดี สำหรับการคัดลอก, ดัดแปลง, ทำซ้ำ
หรือนำไปจัดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

50 ตอนแล้ว!


50 ตอนแล้ว!!
 
ในที่สุดผมก็เขียน "สำนวนอังกฤษ" มาถึงตอนที่ 50 จนได้
ต้องขอบคุณหลายๆท่านที่แวะเวียนมาอ่านนะครับ (เพราะจากสถิติของ space นี้ คนเปิดเข้ามาดูคอลัมน์นี้เยอะที่สุด โดยเฉพาะจากหน้า Google)
 
ครบ 50 ตอนแล้ว ผมคงจะขอพักคอลัมน์นี้ไว้สัก 2-3 เดือนนะ เพราะตั้งใจว่าจะรวบรวมตั้งแต่ตอนแรก นำมา edit ใหม่ แล้วไปเสนอ สนพ. เผื่อจะแปลงงานเขียนให้เป็นทุนรอนได้บ้าง ทุกวันนี้ทำอาชีพนักแปลอิสระนี่ไส้แห้ง กัดก้อนเกลือกินทุกวันจริงๆ 5555
 
วงการงานหลายๆอาชีพในเมืองไทยยังมีการเอาเปรียบกันอยู่มาก ไอ้เราคนตัวเล็กๆก็สู้ก็ดิ้นรนกันไป เราคนจนก็อยู่อย่างพอเพียงโดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว แต่พวกนายทุนอีกหลายๆรายเมื่อไหร่คุณจะพอเพียงกันจริงๆเสียที?
 
"พอ"ในที่นี้หมายถึง เลิกเอารัดเอาเปรียบ เลิกทำนาบนหลังคน สุดท้ายไอ้เราคนชายขอบก็ได้แต่เก็บไว้เคียดแค้นในใจ นี่แหละหนาผลพวงของธุรกิจทุนนิยมผูกขาด มีผู้ประกอบการใหญ่น้อยราย (ใบ้ง่ายๆ ในเคสของผม เคเบิลทีวีในเมืองไทยมีกี่เจ้า? ชื่ออะไร?) อย่าว่าแต่ผู้บริโภคเลยที่ไม่มีทางเลือก คนทำงานเองก็แทบไม่มีทางเลือกเหมือนกัน!!   คุณเอาแต่คิดโดยใช้หลักการตลาด "กำไรสูงสุด ต้นทุนต่ำสุด" แต่ต้นทุนต่ำสุดของคุณในที่นี้ คุณไม่นึกถึงต้นทุนที่แท้จริงของคนทำงานบ้างเลย คุณผลักภาระให้เราแทบทุกอย่าง คุณมองแต่ผลประโยชน์สูงสุดกับต้นทุนต่ำสุด แต่คุณช่างไม่มีความยุติธรรม, คุณธรรม และมนุษยธรรม เอาเสียเลย
 
พล่ามมาเยอะแล้ว ผมขอโทษด้วยแล้วกัน ถ้าทำให้คนอ่านพลอยรำคาญใจ นานๆทีอยากจะขอระบายความอัดอั้นตันใจเสียบ้าง
 
ระหว่างที่ผมไม่ได้มา update คอลัมน์นี้นี่ ถ้าใครที่ search เข้ามาจาก Google แล้วหาสำนวนที่คุณต้องการไม่เจอ ทิ้งข้อความไว้ในหน้านี้ได้นะครับ ผมจะช่วยดูให้ว่ามันอยู่ในตอนไหน เดือนไหน   เพราะมันเป็น bug (ข้อผิดพลาด) ของ MSN Space ที่เวลามันปรับเว็บทีไร มันจะต้องมีอะไรพิกลพิการกับ space นี้เสมอ (ที่ผมสังเกตได้คือ เวลาคลิกเข้าไปใน folder "สำนวนอังกฤษ" จะไม่เจออะไรเลย)
 
และนอกจากนี้ถ้าใครต้องการรู้ความหมายของสำนวนใดเป็นพิเศษ ก็มา post ทิ้งไว้ที่นี่ได้เช่นกัน ถ้าผมว่างๆ และไม่เกินความสามารถ จะมาช่วยตอบให้นะ
 
Good Bye for now, See Ya again!
BERT
 
ปล. ถ้าโชคดีคงได้เจอ "ชำแหละสำนวนอังกฤษ" บนแผงหนังสือนะครับ ยิ้ม  
 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 155 other followers