Just another WordPress.com site

ล่าสุด

** ทำไมซีรี่ส์ ‘Game of Thrones’ ถึงได้ดังกระหึ่ม / พร้อมเผย 10 อันดับตัวละครที่น่าจดจำที่สุด **


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

10154239_611477885608767_7241978944977708020_n

คอลัมน์บันเทิง BBC ได้ทำสกู๊ปวิเคราะห์ว่าทำไมซีรี่ส์มหากาพย์เรื่อง ‘Game of Thrones’ ที่ดัดแปลงมาจากนิยายดังเรื่อง ‘A Song of Fire and Ice’ ของ George RR Martin ถึงได้เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟน ๆ ละคร

การกลับมาของ Game of Thrones ในซีซั่นที่ 4 เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของซีรี่ส์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี นับว่ามันคุ้มค่าเสี่ยงสำหรับ HBO ที่หาญกล้าตัดสินใจทำซีรี่ส์เรื่องนี้ เพราะปกติแล้วละครแนวแฟนตาซี/มหากาพย์ไม่สามารถรับประกันเรื่องเรตติ้งได้

สูตรสำเร็จของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความรุนแรงหรือฉากโป๊แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันมีการผสมผสานชั้นเชิงการเล่าเรื่องแบบหนังทริลเลอร์เข้าไป และให้อารมณ์ของการหลีกหนีจากโลกความเป็นจริงแบบที่หาได้ในสื่อบันเทิงยุคเก่า Game of Throne เชื้อเชิญคุณเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการในยุคโบราณที่คุณสามารถฟาดฟันปัญหาด้วยดาบและคาถาอาคม

จุดเด่นอื่น ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนซีรี่ส์เรื่องนี้ก็คือ “บทที่ยอดเยี่ยม” และ “พลังการแสดงของดารา” ในแง่ของบทนั้น Game of Thrones เป็นเหมือนส่วนผสมที่คละเคล้าเอาส่วนดีของหนังยุคเก่า ๆ มาประยุกต์ใช้ ตัวอย่างเช่น การดวลวาทะที่เร้าใจพอ ๆ กับการดวลดาบ นอกจากนั้นสไตล์การเขียนเฉพาะตัวของผู้ประพันธ์อย่าง Martin ที่เต็มไปด้วยซับพล็อตนั้นทำให้การดำเนินเรื่องมีเสน่ห์น่าติดตาม ส่วนในแง่ของการแสดงนั้น นักแสดงหลายรายได้ฝากฝีไม้ลายมือเอาไว้จนกลายเป็นที่จดจำของแฟน ๆ นักแสดงบางรายสามารถขับปมด้อยให้กลายเป็นปมเด่นได้ อาทิ Peter Dinklage หรือนักแสดงธรรมดาอย่าง Maisie Williams และ Lena Headey ก็สามารถแจ้งเกิดได้จากละครเรื่องนี้

ทางด้านเว็บ Rolling Stone ได้ทำการจัดอันดับ 40 ตัวละครที่น่าจดจำของ Game of Thrones ในที่นี้ผู้แปลจะขอคัด 10 อันดับแรกมานำเสนอนะครับ
1) Daenerys Targaryen
2) Joffrey Baratheon
3) Tyrion Lannister
4) Sansa Stark
5) Eddard Stark
6) Cersei Lannister
7) Arya Stark
8) Bronn
9) Tywin Lannister
10) Brienne of Tarth


ขอบคุณแหล่งข้อมูลต้นฉบับ
http://www.bbc.com/culture/story/20140407-why-people-love-game-of-thrones

http://www.rollingstone.com/movies/lists/top-40-game-of-thrones-characters-ranked-20140331/daenerys-targaryen-19691231

About these ads

** 3 เทรนด์ใหม่ธุรกิจญี่ปุ่น: “ปรินเตอร์ในร้านสะดวกซื้อ / หนุ่มทำงานญี่ปุ่นทำเล็บ / เว็บไซต์หากิ๊กเฟื่อง” **


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

 

10003968_610989672324255_1151008511714352102_n   10157387_610989815657574_7438416659056835883_n

 

วันนี้ผู้แปลมีเทรนด์ธุรกิจใหม่ ๆ ของแดนปลาดิบมาฝากกันนะฮ้าฟ
1) เทรนด์อย่างแรกสุด บริการปรินเตอร์ครบวงจร หลายคนคงทราบข่าวกันแล้วเรื่องบริการปรินเตอร์ในร้านสะดวกซื้อที่สามารถใช้ปรินต์รูปหรือถ่ายเอกสารได้ ล่าสุดเขากำลังจะเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ ๆ อย่างเช่น การลงทะเบียนเปลี่ยนที่อยู่กับทางราชการ สั่งพิมพ์ตราประทับ หรือบัตรประจำตัวผู้พำนัก ปรินเตอร์ของบางร้านยังสามารถใช้พิมพ์คำทำนายโชคชะตา โน้ตเพลงโปรด หนังสือพิมพ์ฉบับวันเกิด หรือใบปลิวส่วนตัวได้ด้วย

ที่สะดวกไปกว่านั้นก็คือเราสามารถใช้แอพจากสมาร์ทโฟนส่งข้อมูลการพิมพ์ล่วงหน้าเข้าไปในปรินเตอร์ พอถึงร้านปุ๊บงานของคุณก็เสร็จพอดีไม่ต้องเสียเวลารอ

2) หนุ่มญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าสำอางอยู่แล้ว ล่าสุด “การทำเล็บ business nail’ กำลังเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่คนทำงานหนุ่ม ๆ ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา คนที่ไปทำมีตั้งแต่หนุ่มในวงการยาไปยันวงการวิดีโอเกม สนนราคาของการทำเล็บในซาลอนแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 10,000 เยนขึ้นไป (ราว 3 พันบาท) โดยหนุ่ม ๆ ญี่ปุ่นเหล่านี้เชื่อว่าการทำเล็บจะช่วยเสริมบุคลิกให้โดดเด่นและสร้างโอกาสทางธุรกิจ

ตัวอย่างเช่นเคสของหนุ่มจินวัย 26 ปีพนักงานออฟฟิศต๊อกต๋อยคนหนึ่ง ทีแรกแฟนสาวที่กำลังหัดเพนท์เล็บขอให้เขาช่วยเป็นแบบให้ จินนึกสนุกก็เลยขอให้แฟนเพนท์เล็บเป็นรูปโลโก้บริษัท ปรากฏว่าวันต่อมาเจ้านายของเขาเผอิญเห็นเข้าและถามไถ่ด้วยความชอบอกชอบใจ 2 เดือนถัดมาจินได้เลื่อนตำแหน่งไปเป็นเลขาส่วนตัวและได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว! (นอกจากนั้นยังมีตำนานว่าในยุคเฮอัน นินจาจะทาเล็บหัวแม่มือข้างซ้ายเป็นรูปตราประจำเผ่าโดยใช้ส่วนผสมของมูลวัว และเลือดของแมลงที่สามารถติดอยู่บนเล็บได้นานเป็นเดือน ๆ การทาเล็บของนินจาช่วยให้พวกเขาจำแนกได้ง่ายว่าใครเป็นผู้บุกรุก หรือสายลับ หรือคนทรยศ)

3) เทรนด์สุดท้าย กิจการเว็บไซต์หากิ๊กจากต่างชาติไปได้สวยในญี่ปุ่น โดยนายโนล ไบเดอร์แมน เจ้าของเว็บไซต์ Ashley Madison เว็บนัดเดทสำหรับผู้ที่แต่งงานแล้วที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยสถิติน่าทึ่งว่า ในรอบปีที่ผ่านมาเว็บ ๆ นี้มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเว็บทำยอดสมาชิกได้มากกว่า 1 ล้านคนภายในระยะเวลา 8 เดือนกว่า (เว็บจำพวกนี้มีรายได้จากการเก็บเงินค่าสมัครจากสมาชิกผู้ชาย ขณะที่สมาชิกผู้หญิงไม่เสียค่าบริการ)

เว็บ Ashley Madision เจ้าของสโลแกน “Life is Short. Have an affair.” (ชีวิตสั้นนัก มีกิ๊กดีกว่า) ที่ทำยอดรายรับจากทั่วโลกได้ถึงปีละกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้รับการต่อต้านจากบางประเทศในเอเชียเนื่องด้วยบริบทสังคมที่แตกต่าง อาทิ ประเทศสิงคโปร์ ที่นั่นรัฐบาลจัดการบล็อกเว็บนี้โดยให้เหตุผลว่ามันขัดศีลธรรม ขณะที่ในญี่ปุ่นนั้นกลับมีกระแสตอบรับเว็บนี้อย่างดีเนื่องด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ อาทิ สังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่เปิดกว้างเรื่องเพศอยู่แล้ว ซาลารีมัง(พนง.บริษัท)มัวแต่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสร้างความประทับใจให้กับคนรัก(เลยนิยมใช้ทางลัดจากบริการเว็บหากิ๊กหรือสถานเริงรมย์) บ้างว่าการมีกิ๊กเป็นทางออกสำหรับชีวิตคู่ที่จืดจาง(โดยสังคมญี่ปุ่นมีอัตราการหย่าร้างต่ำมาก แม่บ้านบางรายบอกว่าการมีกิ๊กช่วยเพิ่มรสชาติให้กับชีวิตคู่ และคู่สมรสที่นั่นเลือกที่จะรักษาสถานภาพการแต่งงานเอาไว้เพื่อไม่ให้มีกระทบต่อสถานะทางสังคม) เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งข้อมูล Japantoday.com

** Ai no Uzu หนังอีโรติกแห่งปีของญี่ปุ่น **


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

10154915_609692899120599_55001051_n

Ai no Uzu (วังวนสวาท) หนังญี่ปุ่นสุดฮ็อตแห่งปี 2014 เป็นหนังอีโรติกที่บอกเล่าเรื่องราวของชมรมสวิงกิ้งที่มานัดพบกัน ณ แฟล็ตแห่งหนึ่งในย่านรปปงหงิ โตเกียว โดยมีกฎกติกา 3 ข้อได้แก่ ให้อาบน้ำก่อนมีเซ็กซ์ ให้ใช้เครื่องป้องกัน และให้เคารพความปรารถนาของผู้หญิง

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องใหม่ของผู้กำกับหนุ่มไฟแรง ไดสึเกะ มิอุระ ที่ดัดแปลงมาจากละครเวทีของเขาเองที่เคยได้รับรางวัลมาแล้วในปี 2005 หนังเรื่องนี้แรงเสียจนได้เรท R-18 แถมยังมีการชูจุดขายด้วยว่า “ในหนังตลอดทั้งเรื่องตัวละครจะใส่เสื้อผ้าครบชุดเพียงแค่ 18 นาทีจากความยาว 123 นาที” นอกจากเรื่องเซ็กซ์แล้วหนังเรื่องนี้ยังได้ถ่ายทอดแง่มุมเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ ความขัดแย้งทางอารมณ์ การค้นหาตัวตน และตีแผ่ด้านมืดในจิตใจมนุษย์

จุดขายอีกประการหนึ่งของหนังเรื่องนี้คือความโดดเด่นของนักแสดงนำ ทางฝั่งดารานำชายได้แก่ Sosuke Ikematsu พระเอกหนุ่มที่ฝากผลงานคุณภาพเอาไว้หลายเรื่อง และ Mugi Kadowaki ดาราสาวคลื่นลูกใหม่ที่กำลังได้รับการจับตา ในเรื่องนี้เธอรับบทเป็นสาวมหา’ลัยที่ดูเหมือนจะเป็นคนเรียบร้อยแต่มีอาการ เก็บกดทางเพศ ทีมงานเผยว่าตอนมาออดิชั่นเธอทุ่มสุดตัวจนทำให้กรรมการน้ำตารื้นและนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว

10171098_609692949120594_1233951434_n

update เที่ยวเกาะเต่า + full moon party เกาะพะงัน (2014)


DSCF9515

สืบเนื่องจากเมื่อ 5 ปีก่อนผมไปเที่ยว full moon party เกาะพะงันครั้งแรกแล้วเขียน post เอาไว้ในชื่อ “ตัวคนเดียว-เที่ยวพะงัน-วันฟูลมูน”

ปรากฏว่ามันเป็น top post 10 อันดับแรกตลอดกาลของ blog นี้ไปเลย ผู้เขียนก็เลยอยากจะมาอัพเดทเล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนที่สนใจจะไป

(ของเก่าจะมี 4 ตอน ใครสนใจคลิกไปอ่านกันได้เลยฮะ (1) (2) (3) (4) )

อารัมภบทกันนิดหน่อย ทีแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะไปเกาะพะงันอีกเลย ตั้งใจจะไปเกาะเต่าอย่างเดียว (ไปมาแล้ว 2 ครั้ง ติดใจ ตั้งใจจะไปถ่ายรูปใต้น้ำที่เกาะนางยวนโดยเฉพาะ) ทีนี้เนื่องด้วยวันหยุดยาวสงกรานต์ปีนี้ดันตรงกับ full moon party พอดี บวกกับได้แรงยุจากเพื่อนสนิทที่พาคุณแฟนไปเที่ยวเกาะพะงันและชวนเราไปด้วย ก็เลยมีการวางแผนว่าจะไปพักที่เกาะเต่า 2 วัน ต่อด้วยเกาะพะงันอีก 2 วัน

DSCF8884

ที่เกาะเต่าเราไปพักที่เดิมคือ “หาดทรายรี” ซึ่งเรารักมาก (เพราะมันชิล ๆ หาดสวย อยู่ใกล้เกาะนางยวน และตอนกลางคืนก็คึกคักดี เข้าทางเรา) ส่วนที่พักก็เลือกที่เดิมคือ SBC Resort ซึ่งอยู่ใกล้หาด ราคาไม่แพง และพนักงานอัธยาศัยดี แต่เที่ยวนี้ไปปรากฏว่าข้าวของราคาแพงขึ้นพอสมควรเลย ที่พักจะขึ้นจากเดิมห้อง 100-200 บาท ข้าวก็จะแพงขึ้นอีก 10-20 บาท

DSCF9231

เที่ยวนี้เราเตรียมกล้องกันน้ำไปดิบดี แต่ปรากฏว่าพอเอามันมาใช้ใต้น้ำจริง ๆ ตอนแรกก็รวน ๆ ไปเหมือนกันนะ (เล่นเอาหงุดหงิดเลยล่ะ) โชคดีที่ตอนไปเกาะนางยวนกล้องเริ่มจะกลับมาใช้การได้ (แต่ก็ยังแอบรวนอยู่ดี) คือคราวที่แล้วเราใช้กล้องธรรมดาแล้วห่อด้วยซองกันน้ำ dri-dock ซึ่งมันก็กันน้ำได้จริงนะ แต่เนื่องด้วยเราถอดเข้าถอดออกบ่อย กล้องมันก็เลยเจ๊ง T__T (แต่โชคดีที่ memory card ยังใช้ได้) เที่ยวนี้ก็เลยซื้อกล้องกันน้ำไปโดยเฉพาะเลย พอเห็นรูปที่ถ่ายออกมาแล้วก็กรี๊ดสลบจริง ๆ รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ซื้อมันมา (ขนาดกล้องเราเป็นรุ่นกาก ๆ นะ รูปยังออกมาดูดี ถ้ารุ่นเทพ ๆ นี่รูปคงจะออกมาเริดมาก) ระหว่างดำผุดดำว่าย ด้วยความประมาทก็ทำมือถือตัวเองหล่นหายกลางทะเล ทีแรกทำใจว่าหายแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าโชคดีมากที่มีน้องคนไทยใจดีเก็บให้ แถมยังอุตส่าห์ช่วยตามคืนให้อีก ดีใจจนไม่รู้จะขอบคุณยังไง ^ ^

1979855_10151958780700807_6666138972420989321_n   10151399_10151958781875807_7361135203447836741_n   10172865_10151958896690807_7411125977951027514_n

( อัลบั้มรูปใต้น้ำเกาะนางยวน + เกาะเต่า -> https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151960284360807.1073741902.613465806&type=1&l=c47c0736c6 )

วันสุดท้ายที่อยู่เกาะเต่าพอดีบนเกาะมีปาร์ตี้สงกรานต์ด้วย ความมันระดับน้อง ๆ full moon party ของเกาะพะงันเลยแหละ (ส่วนตัวเราชอบ party ที่เกาะเต่ามากกว่านะ สนุกสนานอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ คนไม่เยอะจนเกินไป โอกาสในการคุยหาเพื่อนหรือจีบสาวก็เวิร์กกว่ากันเยอะ แล้วมันมีให้เลือกหลายแบบ ใครจะแดนซ์ ใครจะนั่งฟังเพลงชิล ๆ ที่นี่มีหมด)

สำหรับเกาะเต่า ทริปนี้เป็นครั้งที่ 3 ของเราแล้ว และถ้ามีเวลา+มีตังค์ ก็ยังจะไปอีกเรื่อย ๆ เพราะมันชิลได้ใจจริง ๆ (เที่ยวหน้าอาจไปเก็บเกาะสมุย หรือไม่ก็ไปหมู่เกาะสุรินทร์ซะเลย เห็นคนถ่ายรูปใต้น้ำมาสวยเว่อร์มาก)

 

—————————-

 

ตัดจบเรื่องเกาะเต่าดื้อ ๆ 555 แล้วมาต่อด้วยเรื่องเกาะพะงันทันที

ก่อนอื่นต้องขอเตือนว่า ใครที่จะเดินทางไปในช่วง full moon party หรือช่วงเทศกาลทั้งหลายแหล่ ควรจะจองตั๋วเดินทางล่วงหน้าไว้เลย ไม่งั้นทั่นจะมีปัญหาแน่ ๆ ขนาดเราจองล่วงหน้า ขาไปต้องไปรอคิวยาวเหยียดร่วมชั่วโมง ตอนจะกลับก็เกือบมีปัญหากับการจอง คนบ่นกันเยอะมาก (แล้วปกติบริการเรือ+รถย่านนี้ก็มั่วนิด ๆ อยู่แล้ว พอเจอช่วง full moon เข้าไป ความมั่วซั่วจะคูณ 10 ฮ่า ๆ ๆ)

IMG_20140411_191710

ทีแรกเราตั้งใจจะไปพักที่ “หาดยาว” ตามเพื่อน (เที่ยวที่แล้วเราก็พักที่หาดยาวจนจบเลย) แต่พอดีเนื่องด้วยอารมณ์เพลีย ๆ บวกกับอยากลองของ ครั้งนี้ก็เลยเดินดุ่ย ๆ หาที่พักแถวท่าเรือท้องศาลาซะเลย (เรามองในแง่ความสะดวก และอยากเช่ามอเตอร์ไซค์ไว ๆ ด้วย) โชคดีได้ที่พักราคาถูก “Asia Hotel” ห้องแอร์แค่ 500 บาทเอง (ก็โอเคนะ แต่เนื่องด้วยราคาถูก ห้องน้ำห้องท่าก็อาจจะใช้การยากนิดหนึ่ง เช่น ประตูปิดลำบาก ต้องกระแทกเอา หรือชักโครกแบบเชือกรอก 555)

DSCF9512

เสร็จแล้วเราก็ไปหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ ไปได้ที่ร้าน Kate เจ้าของใจดีมาก ค่าเช่า Honda click วันละ 150 บ. (มัดจำ 2,000 บ.)

DSCF9513

จากนั้นก็แว้นรอบเกาะ (ครั้งแรกที่มาเกาะพะงันเมื่อ 5 ปีก่อนเรายังขี่มอไซค์ไม่เป็นเลย เดินลูกเดียว วันละเป็นสิบกิโลฯ ตอนนั้นเลยกลับมาหัด+ไปสอบใบขับขี่ แล้วก็ไปประเดิมแว้นที่เกาะเต่า) เพราะว่ามีมอเตอร์ไซค์เราก็เลยไปได้หลายที่ วันแรกไปเซอร์เวย์หาดริ้นก่อน เสร็จแล้วไปแวะน้ำตกแพงน้อย ไปเยี่ยมเพื่อนที่หาดยาว แล้วกลับมาที่พัก ก่อนจะขี่ไปงาน full moon ที่หาดริ้นอีกที (แต่สำหรับใครที่ขี่มอไซค์ไม่แข็ง เราขอเตือนว่าอย่าเสี่ยงเลย เพราะบนเกาะพะงันทางมันค่อนข้างอันตราย มีทางลาดชันเยอะ โค้งเยอะ และป้ายบอกทางก็ไม่ค่อยมี บางทียอมเสียเงินเพิ่มใช้บริการรถ taxi หรือสองแถวเอาดีกว่า เพื่อสวัสดิภาพของตัวทั่นเอง)

DSCF9520

DSCF9553

มาถึงช่วงของ Full Moon Party แล้วจ๊ะ…

ขอเล่าแบบสรุปย่อ ๆ เลยแล้วกันนะ คราวที่แล้วเราก็ไม่ค่อยประทับใจกับมันอยู่แล้ว เที่ยวนี้นี่ยิ่งผิดหวังสุด ๆ เลย -_- (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแก่ขึ้นอีก 5 ปีด้วย 555)

เที่ยวที่แล้วเรามาปักหลักอยู่ก่อน 2-3 วันไง แล้วไปอยู่ในรีสอร์ตแถว ๆ หาดยาวด้วย มันก็เลยมีเวลา make friends ทำความรู้จักผู้คนก่อน แต่เที่ยวนี้มันออกแนว “ข้ามาคนเดียว เปล่าเปลี่ยวเอกา” จริง ๆ

DSCF9669

สำหรับบรรยากาศของครั้งนี้กับครั้งก่อนมันมีทั้งความเหมือนและความต่างนะ…

ความเหมือน

- ร้านเดิม ๆ แนวเพลงเดิม ๆ แทบไม่เปลี่ยนไปเลย (และยังเต้นกันลืมตายแบบ non-stop เหมือนเดิม)

- บรรยากาศโดยรวมแทบจะเหมือนเดิม

- ค่าเข้าเท่าเดิม 100 บาท / ค่าเครื่องดื่ม bucket หรือเบียร์ ก็ไม่ได้ขึ้นจนน่าเกลียด (ราคาพอ ๆ กับที่ข้าวสารใน กทม.)

- ตอนตี 2-3 มีพรายทะเลอาละวาดอยู่เป็นคู่ ๆ ตามริมหาดเช่นเคย :p 55555

- หลายคนเมารั่วเหมือนเดิม

- ฝรั่งเยอะเหมือนเดิม

 

ความต่าง

- คนเยอะขึ้นมาก จนเราว่ามันทำให้งานกร่อยนะ (5 ปีก่อนเราไปมันก็เริ่ม mass จัดแล้ว ตอนนี้กลายเป็น super mass ไปเลย) คราวก่อนช่วงตี 2-3 คนก็เริ่มซาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ตี 2-3 คนยังยืนออเต้นกันให้ควั่กอยู่เลย

- ไม่รู้คิดไปเองป่าวนะ? อาจจะเพราะด้วยคนเยอะขึ้น มันก็เลยดูเหมือนว่าจะปลอดภัยขึ้น เพราะบรรยากาศเปลี่ยวน้อยลง มีคนเป็นหูเป็นตามากขึ้น (แต่โซนที่คนออกันเยอะ ๆ ถ้าทั่นไม่ระวังตัว โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ก็อาจจะตกล่องปล่องชิ้งกันเอาได้ 555)

- คราวก่อนไป คนเอเชียยังน้อย ๆ นะ เที่ยวนี้หนุ่มสาวเอเชียเยอะขึ้นมาก โดยเฉพาะสาว ๆ นี่แจ่มเยอะเลยเชียว ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน (เที่ยวนี้ผมเจอสาวเกาหลีฮ็อตฝุด ๆ น่าจะติด TOP5 ของงานเลย เสียดายแห้ว T_T 5555)

- beach boy ก็เยอะขึ้นมากจนน่าตกใจ! (คราวก่อนผมเห็นเป็นสิบ ๆ เที่ยวนี้ผมเจอเป็นกองทัพเลย 5555)

- พอตกดึก….. เฮ้ย!! พบพรายทะเลประกอบกิจกรรมกันริมหาดหรือในทะเลเยอะมากจนน่าตกใจ!! 555 (แล้วมันฮาตรงที่เหมือนมันกลายเป็นเรื่องธรรมด๊าธรรมดาของงานนี้ไปโดยปริยาย เรียกว่าไม่ต้องไปซื้อหนังแผ่นหรือโหลดบิต ก็ได้ดูเลิฟซีนกันจนตาแฉะ เอิ๊ก ๆ ๆ)

- เรื่องฮาที่เกิดกับตัวเองแล้วขำไม่ค่อยออก -_- คือเนื่องด้วยเราไปดำสนอร์เกิลจนตัวดำเป็นเหนี่ยง(เนียนกับ beach boy แถวนั้นมาก 555) อยู่ดี ๆ ก็มีสาวไทยเข้ามาคุยภาษาอังกฤษถามหา “เห็ดเมา” กับเราเฉยเลย 5555 เราก็ยิงมุกไปขำ ๆ พูดภาษาไทยว่า “อ๋อ คนไทยเหมือนกันครับ” she ตอบกลับมาว่า “I don’t understand, I’m not Thai.” 555555555555

DSCF9692

ส่วนตัวก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ถ้าจะ party อ่ะนะ เราว่าใน กทม. มันกว่าเยอะอ่ะ (หรือเกาะเต่าก็เข้ากับแนวเรามากกว่า) เราไม่ค่อย enjoy กับ full moon party เท่าไหร่เลย คราวก่อนเราอยู่ยันเช้านู่น คราวนี้อยากจะกลับตั้งแต่ตี 1 แล้ว แต่กล้า ๆ กลัว ๆ เพราะเดี๋ยวขี่มอไซค์ไปเจอด่าน เป่าไม่ผ่านแน่ ๆ 555 เลยรอจนตี 3 ค่อยขี่กลับ (แสส… น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมอีก! 555) แต่ก็ขี่กลับมาถึงที่พักได้อย่างปลอดภัยนะ (อันนี้แนะนำเลยจริง ๆ ใครจะมา full moon พยายามจองที่พักแถว ๆ หาดริ้นให้ได้ จะได้ไปกลับได้สะดวก หรือถ้าพักไกล ๆ เรียกสองแถวเอาดีกว่า มีรถตลอดคืนแน่นอน)

แต่อย่างว่า… มันก็ลางเนื้อชอบลางยาอ่ะแหละ ถ้าคนที่ลุย ๆ หน่อย กำลังวังชาดี ๆ เป็นขาแดนซ์ ทั่นอาจจะชอบปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงของเกาะพะงันก็ได้ (ส่วนตัวเราก็ชอบเต้นนะ แต่ไอ้เต้นแบบว่า non-stop สี่ซ้าห้าชั่วโมง เราว่ามันโหดไปสำหรับเราอ่ะ อีกอย่างเราแก่ขึ้นเยอะแล้วด้วย สังขารไม่ให้ >< 5555)

สำหรับใครที่อยากไปเปิดหูเปิดตา เราว่าก็โอเคอ่ะนะ ไปกับแฟน ไปกับเพื่อน ๆ ดื่มแต่พอดี แล้วอย่ากลับให้มันดึกมาก กลับสักเที่ยงคืนกำลังดี (เหมือนเพื่อนเราที่ไปกับแฟน ก็กลับช่วง ๆ นั้น) ถ้าดูแลตัวเองดี ๆ แล้วก็ไม่นำพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ๆ เราว่ามันก็ไม่น่าจะมีอะไรหรอก

DSCF9716

 

—————————

 

วันรองสุดท้ายบนเกาะพะงัน

วันนี้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นกับเรา….

เพราะเพื่อนเชียร์ว่า “หาดท้องนายปาน” สวยมาก และเราก็ได้ถามเพื่อความชัวร์กับเจ้าของโรงแรมว่า “ถ้าผมจะขี่รถไปนี่ พอไหวไหม?” ซึ่งเจ้าของตอบว่าได้ เราก็เลยไปเช่ารถต่ออีกวัน ตอนขาไปก็ไม่มีอะไรหรอก แต่เส้นทางมันไกลมาก แล้วป้ายบอกทางก็ไม่ค่อยจะมี(หรือไม่มีในจุดที่ควรจะมี) ถนนก็ทั้งชัน แถมกำลังทำถนนอีกต่างหาก มันก็เลยเป็นการเดินทางที่หฤโหดเอาเรื่อง (แต่ในแง่ดีก็คือ ถ้าทำถนนเสร็จเมื่อไหร่ ต่อไปเวลาใครจะขับขี่รถไปหาดท้องนายปานจะสะดวกขึ้นมากเลย ผมเข้าใจว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนเส้นทางที่นี่น่าจะโหดสุด ๆ บนเกาะพะงันแล้ว คงพอ ๆ กับทางไปหาดสลัดบนแถบตะวันตกเฉียงเหนือเลย) พอไปถึงน้ำมันที่เติมมาเต็มถังเมื่อวันก่อนพร่องลงมาเหลือ 1 ใน 4 เลยแหละ (ระยะทางร่วม 30 กม. ได้) หาดท้องนายปานก็สวยดีนะ แต่เราว่าหาดยาวก็สวยไม่แพ้กันสักเท่าไหร่ เพียงแต่หาดท้องนายปานจะดูไฮโซกว่า เป็นส่วนตัวมากกว่า

DSCF9721

 

ทีนี้มันไปมีเรื่องเอาตอนขากลับน่ะสิ! T__T

ปกติเราเป็นคนขี่มอไซค์ไปแบบเรื่อย ๆ เพราะเรากลัวอุบัติเหตุ ถ้าเป็นเขตเมืองเราจะขี่แค่ 20-30 km/h ถ้าเวลาถนนโล่ง ๆ บิดอย่างมากก็ 50-60 km/h ทีนี้อยู่ ๆ ฝนก็ดันตกขึ้นมา แถมยังตกหนักเสียด้วยสิ!

IMG_20140415_111531

เราขี่ไปได้สักพัก เห็นว่าท่าไม่ดี ก็เลยแวะพักศาลาข้างทาง (เพราะว่าฝนมันสาดเข้าหน้าเข้าตา แถมไม่มีหมวกกันน็อค และไม่มีแจ็คเก็ตด้วย) ทีแรกก็ตั้งใจจะรอให้ฝนหยุดก่อนเพราะเข้าใจว่าสภาพอากาศบนเกาะเวลาฝนตกก็คงตกแค่แป๊บ ๆ แต่ผิดคาดปรากฏว่าฝนตกนานมาก ด้วยความใจร้อนนั่งพักไปได้สัก 20-30 นาทีแล้วแต่ฝนก็ยังไม่ยอมหยุดตก เราก็เลยตัดสินใจขี่ต่อไปท่ามกลางสายฝน

เรื่องมันคงจะจบแบบ happy ending ถ้าเราขี่ไปถูกทาง แต่ว่า… พอมาถึงทางแยกจะไปท้องศาลาแล้ว ดันไม่มีป้ายบอกทางซะงั้น! จะถามชาวบ้านฝนก็ดันตกอีก เราก็เลยตัดสินใจเลี้ยวไปทางขวา ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก เพราะถ้าไปถูกทางมันก็จะเป็นทางเรียบ ๆ ขี่ไปอีกสัก 10 นาทีก็คงจะถึงที่พัก แต่พอขี่ไปผิดทางมันดันกลับกลายเป็นทางอ้อม เป็นเส้นทางที่ลาดชันมาก และเนื่องด้วยถนนลื่นมากรถเราก็เลยเสียหลักล้มบนเนินขาลง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากทั้งรถทั้งคน (รถมอเตอร์ไซค์กระจกมองขวาแตก ด้านขวารถถลอกปอกเปิกบ้าง ส่วนเราได้แผลมา 3-4 แผล ทำเอาใจเสียเลยแหละ) เราจอดรถพักสัก 10 นาที แล้วบนทางลาดชันแถมฝนตกอ่ะนะ แค่จะจอดรถข้างทางก็ยังลำบากเลย (ตลกร้ายคือคนทำถนนดันทำไหล่ทางด้วยหิน ซึ่งเวลาโดนน้ำแล้วมันจะลื่นไถล) หลังจากนั้นเราก็ขี่ฝ่าสายฝนต่อไปแบบช้าสุด ๆ มันเป็นบทเรียนที่เราจะจำไปจนวันตายเลยแหละ… ต่อไปนี้จะไม่ประมาทอีกแล้ว ถ้าฝนตกจะไม่ขี่มอเตอร์ไซค์อีกเด็ดขาด (อาจจะว่าเราพาลหรือรำไม่ดีโทษปี่โทษกลองก็ได้ เราว่าเดี๋ยวนี้ที่เกาะพะงันพัฒนามาก มีห้างผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทั้งแม็คโคร โลตัส บิ๊กซี แต่ป้ายบอกทางในจุดที่ควรจะมีก็ดันไม่มีเสียนี่ แล้วเส้นทางบางเส้นถ้าหลงเข้าไปนี่ นอกจากจะเจอทางชัน ๆ แล้ว ถ้าใครที่มีน้ำมันเหลืออยู่น้อย ๆ แล้วไปรถดับอยู่กลางทางตามป่าเขา ท่านอาจจะต้องติดแหงก หรือเข็นรถไปหาที่เติมน้ำมันอีกไกลเลยก็ได้)

สุดท้ายแล้วแผนการวันนั้นเสียหมด ทีแรกตั้งใจจะไปนอนอาบแดดและว่ายน้ำที่หาดยาว ก็ต้องยกเลิก เพราะพึ่งเจออุบัติเหตุมามันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะไปแล้วล่ะ อีกอย่างรู้สึกผิดที่ไปเช่ามอเตอร์ไซค์เขามาแล้วเอารถเขาไปทำล้ม พอกลับถึงที่พัก อาบน้ำเสร็จ ก็รีบเอารถไปคืนที่ร้านเลย เราก็ยินดีชดใช้ให้ตามที่ร้านเห็นสมควร ซึ่งเราต้องบอกเลยว่าทางร้านใจดีและแฟร์มาก แน่นอนว่าถ้าของเขาเสีย เขาก็ต้องเรียกร้องค่าเสียหายเป็นธรรมดา แต่เรามองออกถึงท่าทีที่เขาเป็นห่วงเป็นใยคนเช่ารถอย่างเรา และทำให้เราเข้าใจหัวอกคนที่ทำธุรกิจสายนี้มากขึ้น (บางทีเวลาเราจะไปเช่ารถ เรามักชอบมองร้านที่เรียกค่ามัดจำแพง ๆ ว่าเคี่ยวบ้าง อะไรบ้าง แต่ถ้าเราไม่มาเปิดร้านเอง หรือเจอเรื่องพรรค์นี้เองก็คงจะไม่เข้าใจหรอก)

การมาเกาะพะงันที่กร่อยเที่ยวนี้ ก็เลยยิ่งกร่อยเข้าไปใหญ่ T__T

แถมการเลือกที่พักแถว ๆ ท้องศาลาก็อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดนิด ๆ เพราะถึงที่นี่จะใกล้ท่าเรือ และเพิ่งจะ 1 วันหลังงาน full moon แต่ปรากฏว่าร้านรวงที่นี่ค่อนข้างจะเงียบเหงา ที่พอจะคึกคักหน่อยก็คือที่ “ตลาด” ที่มีนักท่องเที่ยวแวะมากินดื่มกันไม่ขาดสาย และของกินที่นี่ก็ราคาไม่แพงด้วย

DSCF9740

หลังจากนั้น 4-5 ทุ่ม เราก็กลับที่พัก เข้านอน เตรียมตัวกลับ กทม. แล้ว (ตอนเช้าอีกวันเกือบซวย อยู่ ๆ ทำตั๋วเรือหายระหว่างเดินไปท่าเรือ แต่โชคดีที่ซื้อกับออฟฟิศใกล้ ๆ ท่าเรือ เลยแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ ต้องบอกว่าทริปนี้ดวงแข็งจริงๆ แคล้วคลาด 3 ครั้ง 3 ครา T__T)

ปล1. เราเอาเลขทะเบียนรถมอไซค์เช่าไปซื้อล็อตเตอรี่ ปรากฏว่าถูกรางวัลซะด้วยสิ เรียกว่าจ่ายค่ามัดจำไปเท่าไหร่ก็ได้คืนมาเท่านั้นเลยแหละ (จะว่าโชคดีในโชคร้าย หรือ ทุกขลาภ ก็ว่าได้นะ)

ปล2. ถ้าคิดบวก อย่างน้อยทริปนี้เราก็สามารถเก็บเกาะพะงันได้เกือบครบทั้งเกาะแล้ว จากคราวที่แล้วเราได้ไปตะลุยแค่ฝั่งตะวันตก เที่ยวนี้เราได้ตระเวนฝั่งตะวันออกด้วย(หาดท้องนายปาน) แถมที่เที่ยวน้ำตกเอย อะไรเอย เราก็ได้ไปสำรวจมาแทบทุกที่ ก็แทบจะไม่มีอะไรค้างคาใจกับเกาะนี้อีกแล้ว (ถ้าจะค้างก็คงเป็น full moon party ที่ไม่เคยได้สุดกับเขาสักที :p 5555)

 

( อัลบั้มรูป “เกาะพะงัน” -> https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151967463180807.1073741904.613465806&type=1&l=1f1f6b3983 )

DSCF9711

♪♫ป็อบสตาร์เบอร์ 1 ของญี่ปุ่นไม่ใช่มนุษย์?!?♪♫


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

10154308_609194485837107_243520451_n

เธอผู้นี้เป็นเจ้าของบทเพลงกว่า 1 แสนเพลง แถมบางเพลงเป็นเพลงที่ถูกเลือกมากที่สุดในคาราโอเกะญี่ปุ่นติดต่อกันมาหลายปี เธอมียอดผู้ติดตาม 1.8 ล้านรายบน Facebook มากกว่าป็อบสตาร์ญี่ปุ่นคนอื่น ๆ การแสดงคอนเสิร์ตของเธอขายบัตรหมดเกลี้ยงทั่วโลก และเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Google และ Toyota

แต่ประเดี๋ยวก่อน… เธอผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ เธอคือตัวละครสมมติแห่งโลกดิจิตอลที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากโปรแกรมสังเคราะห์เสียงโวคาลอยด์ นามว่า “ฮัตสึเนะ มิกุ” สาวโมเอะวัย 16 ปีเจ้าของทรงผมผูกแกละสองข้าง

บริษัท Crypton Future Media ในเมืองซัปโปโรสร้างมิกุขึ้นมาในปี 2007 โดยใช้เทคโนโลยีโวคาลอยด์ของยามาฮ่า ก่อนจะปล่อยซอฟต์แวร์ออกมาวางตลาดในเวลาต่อมา และภายในเวลา 1 เดือนมันกลายเป็นซอฟต์แวร์ที่ขายดีที่สุด และคาแร็กเตอร์ฮัตสึเนะ มิกุ กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟน ๆ

นักวิชาการวิเคราะห์ว่ากระแสความคลั่งไคล้ฮัตสึเนะ มิกุ เป็นการสะท้อนถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมไอดอลในญี่ปุ่นที่เริ่มเฟื่องฟูตั้งแต่ในทศวรรษ 1970 และมาบูมถึงขีดสุดในยุคปัจจุบันที่มีวงไอดอลอย่าง AKB48 เป็นศิลปินแถวหน้า การนำความหลงใหลในอะนิเมและการ์ตูนมาผนวกกับความหลงใหลในความน่ารักของหนุ่มสาวเป็นวิถีทางในการปลดปล่อยจินตนาการทางเพศที่ถูกกดทับอยู่ในชีวิตสาธารณะของชาวญี่ปุ่น

ฮัตสึเนะ มิกุ มีข้อได้เปรียบเหนือศิลปินคู่แข่งที่มีเลือดเนื้อตรงที่เธอมีพรสวรรค์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างราบรื่น เพราะว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ มิกุจึงสามารถขับร้องได้ในทุกสถานการณ์อย่างไม่มีอิดออดหรือเหน็ดเหนื่อยและไม่ต้องกลัวว่าเธอจะร้องเพลงเสียงหลง อีกทั้งยังเปิดช่องให้แฟน ๆ ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เพลงให้เธอขับร้องหรือถ่ายทอดจินตนาการที่เกี่ยวกับตัวเธอได้อย่างอิสระเสรี

สิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากระแสตอบรับฮัตสึเนะ มิกุในต่างแดนได้เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น ดูเหมือนว่าวัฒนธรรมไอดอลและไลฟ์สไตล์แห่งอนาคตจะไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว โดยยอดไลค์ของมิกุในเฟซบุ๊คมาจากเมืองเม็กซิโกซิตี้เป็นส่วนใหญ่ และการแสดงของเธอในลอสแองเจลิสเมื่อปี 2011 มีแฟน ๆ มาเชียร์ถึงที่ร่วม 5,000 ชีวิต นั่นยังไม่นับรวมผู้ชมอีก 160,000 รายที่ดูผ่านอินเตอร์เน็ต

เมื่อปีที่ผ่านมาทางผู้พัฒนาได้อัพเกรดให้มิกุสามารถร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษได้ นี่เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของเธอในตลาดโลก ผู้เขียนทิ้งท้ายไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า…บางทีคนสมัยนี้อาจจะเบื่อป็อบสตาร์ที่เป็นมนุษย์ซึ่งไม่อาจตอบสนองความคาดหวังของแฟน ๆ ได้อย่างถึงพระเดชพระคุณเท่ากับไอดอลเสมือนจริงแล้วก็เป็นได้

ขอบคุณข่าวต้นฉบับจาก
http://www.japantoday.com/

—————-

#ญี่ปุ่น #มิกุ #วงการเพลง #สื่อดิจิตอล #ไอดอล
#ไลฟ์สไตล์ #เพลงญี่ปุ่น #เทรนด์

**หนังตะวันตก: หรือฉากเซ็กซ์จะไม่ใช่เรื่องต้องห้ามบนจอเงินอีกต่อไป?**


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

 

Blue_Is_The_Warmest_Color_40022

กำลังเป็นที่โจษจันในวงการภาพยนตร์ต่างประเทศ เนื่องจากหนังล่อแหลมได้กลายมาเป็นเทรนด์ที่แพร่ระบาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมีหนังของผู้กำกับดังจำนวนไม่น้อยที่มีฉากเซ็กซ์โจ๋งครึ่ม หรือไม่ก็หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับวงการโลกีย์ขึ้นมาตีแผ่บนแผ่นฟิล์ม

หนังเรื่องที่ฮือฮาเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ ‘Blue Is The Warmest Colour’ หนังฝรั่งเศสที่คว้ารางวัลสูงสุดในเทศกาลหนังคานส์ครั้งล่าสุด หนังเรื่องนี้มีฉากบรรเลงรักของคู่รักเลสเบี้ยนสุดสวยนานถึง 8 นาที ขณะที่ ‘Nymphomaniac’ ของ ผกก. ดัง ลาร์ส วอน เทรียร์ ก็เป็นหนังอีโรติกที่ตีแผ่พฤติกรรมติดเซ็กซ์ โดยมีดารานำระดับแถวหน้าร่วมแสดง อาทิ ไชอา ลาบัฟ อูมา เธอร์แมน และชาร์ล็อต แกงบูรกส์

หนังเรื่องอื่น ๆ ที่มีเนื้อหาล่อแหลมในวงการหนังอาร์ต ได้แก่ ‘Gloria’ (ชิลี) ‘Paradise Love’ (เยอรมนี) และ ‘Jeune et Jolie’ (ฝรั่งเศส) ขณะที่ทางฝั่งฮอลลีวูดมีหนังเรื่อง ‘Thanks For Sharing’ ที่มีทั้ง กวินเนธ พัลโธรว และ มาร์ค รัฟฟาโล มารับบทในหนังที่มีพล็อตเกี่ยวกับการบำบัดอาการติดเซ็กซ์ ส่วนดาราสาวดาวรุ่ง อะแมนดา ไซย์ฟรีด ก็รับบทนำใน ‘Lovelace’ ที่สร้างจากประวัตินางเอกหนังโป๊คนดังในยุค 70 ขณะที่ดาราหนุ่มไฟแรง โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ เองก็ประเดิมผลงานกำกับของตัวเองด้วยหนัง ‘Don Jon’ ที่ว่าด้วยหนุ่มบาร์เทนเดอร์ผู้เสพย์ติดการดูหนังโป๊บนคอมพิวเตอร์ทั้งที่คบ หาอยู่กับแฟนสาวสวยสุดเซ็กซี่ (รับบทโดย สการ์เล็ตต์ โยฮันส์สัน)

นักวิจารณ์หนังต่างชาติ กล่าวว่า การหลั่งไหลของสื่อลามกอนาจารโดยเฉพาะบนอินเตอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยเว็บโป๊ มิวสิควิดีโอเร่าร้อน และรูปถ่ายเซลฟี(โชว์ของดี)บนทวิตเตอร์ มีส่วนทำให้ฉากเซ็กซ์ในหนังไม่ใช่เรื่องต้องห้ามอีกต่อไป แต่ในทางกลับกันกลุ่มคนที่อยากจะจ่ายเงินเพื่อเข้าไปเสพย์เนื้อหนังมังสาใน โรงหนังก็ย่อมลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน ในเมื่อหนังโป๊สามารถหาดูได้อย่างง่ายดายบนสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ตัวเลขใน Box Office ก็ยืนยันอีกคำรบว่าหนังที่มีฉากวับ ๆ แวม ๆ ไม่ใช่หนังทำเงินแต่ประการใด เพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์ผู้ชมกระแสหลัก โดยนักวิจารณ์รายหนึ่งกล่าวว่า หนังเนื้อหาล่อแหลมเหล่านี้เป็นหนทางสำหรับบรรดาผู้กำกับหนังนอกกระแสในการแสดงฝีไม้ลายมือ นี่ไม่ใช่คลื่นลูกใหม่ของหนังที่เกี่ยวกับเซ็กซ์ หากแต่เป็นคลื่นลูกใหม่ของหนังที่มองเซ็กซ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตต่างหาก

เอาเข้าจริงแล้ว “สื่อทีวีในอเมริกา” นี่แหละที่มีฉากรักเร่าร้อนอย่างเป็นล่ำเป็นสันมากที่สุด โดยมีซีรี่ส์ดัง ๆ อย่างเช่น ‘True Blood,’ ‘Game of Thrones’ และ ‘Masters of Sex’ เป็นตัวชูโรง อีกทั้งการชมซีรี่ส์เหล่านี้ผ่านทางโทรทัศน์ภายในบ้านของตัวเองให้ความ รู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่าการดูหนังในโรง

วงการหนังฮอลลีวูดยังคงกล้า ๆ กลัว ๆ ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือหนังเรื่อง ‘Charlie Countryman’ ที่ถูกกองเซ็นเซอร์หั่นฉากออรัลเซ็กซ์ของนางเอก อีแวน เรเชล วูด ออก จนเจ้าตัวถึงกับโวยว่า “แต่ทีฉากคนถูกฆ่าตัดหัวยังไม่เห็นถูกแตะเลย” นั่นสะท้อนให้เห็นว่าในภาพรวมแล้วความรุนแรงเป็นสิ่งที่รับได้ในหนังฮอลลีวูดกระแสหลัก ขณะที่เรื่องเซ็กซ์ยังคงถูกตีวงจำกัด (อย่างดีก็แค่ให้นางเอกสาวแต่งตัววับ ๆ แวม ๆ เรียกเรตติ้งอย่างเช่น เมแกน ฟ็อกซ์ ในหนัง Transformers) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่ายหนังต้องการผลิตเนื้อหาที่เป็นมิตรกับครอบครัวมากกว่า เพราะมันมีโอกาสทำเงินจากการขายตั๋วได้มากกว่า เรื่องเซ็กซ์อาจจะแทรกซึมเข้ามาในหนังฮอลลีวูดบ้างเป็นครั้งคราว แต่นั่นก็มักจะเป็นผลงานของผู้กำกับขั้นเทพที่ไม่มีใครกล้าแตะอย่างเช่น มาร์ติน สกอร์เซซี หรือ พอล โธมัส แอนเดอร์สัน

นักวิจารณ์ทิ้งท้ายไว้ว่า “รายได้” อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างความแตกต่าง โดยล่าสุด ผกก. แซม เทย์เลอร์-จอห์นสัน กำลังถ่ายทำหนังอีโรติกที่ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีเรื่อง ’50 Shades of Grey’ ผลงานของ อี แอล เจมส์ ซึ่งถ้าหากว่าหนังประสบความสำเร็จได้สักครึ่งหนึ่งของหนังสือ มันก็มีแนวโน้มว่าจะมีผู้สร้างอีกหลายรายตามกระแส แต่คงจะอีกนานที่ฮอลลีวูดจะกล้าสร้างหนังรีเมกจากผลงานแรงสุดขั้วอย่างเช่น “Blue Is the Warmest Colour”

——————-

ขอบคุณบทความจาก BBC.com

 

#วงการหนัง #ภาพยนตร์ต่างประเทศ #เลิฟซีน #หนังติดเรท #ฉากเซ็กซ์ #หนังอาร์ต

ค่าย Square Enix เพิ่งตาสว่างจากกระแสความสำเร็จของ ‘Bravely Default’ / เชื่อมั่นมาถูกทางแล้ว ชี้คอเกมทั่วโลกถูกใจเกม RPG ญี่ปุ่นแท้ ๆ


จากเพจ @เล่นของนอก

https://www.facebook.com/LenKongNok

Bravely-Default-European-Box-Art

ค่าย Square Enix เป็นปลื้มกับกระแสตอบรับของเกม RPG เกมใหม่ ‘Bravely Default’ ที่ทำยอดขายได้ถล่มทลายทั้งใน ญี่ปุ่นและประเทศตะวันตก จนทำให้ค่าย Square Enix เริ่มตระหนักว่าเกมแนว JRPG (เกมอาร์พีจีแบบญี่ปุ่น) เป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในบ้านเกิดเท่านั้น

ค่าย Nintendo เพิ่งประกาศข่าวดีว่า เกม ‘Bravely Default’ ของเครื่องเล่นเกม 3DS ทำยอดขายในอเมริกาได้กว่า 200,000 ก็อปปี้เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเกม ๆ นี้มีสไตล์เหมือนกับแนวเกม JRPGแบบดั้งเดิม ซึ่งทางทีมงานผู้พัฒนาเกมเผยว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเกมขึ้นหิ้งอย่าง Final Fantasy นั่นเอง

เมื่อก่อนทั้ง 2 ค่าย Square และ Enix ถือเป็นผู้นำวงการเกม RPG ในตลาดญี่ปุ่น แต่พอควบรวมกิจการกันแล้วทาง Square Enix กลับไม่มั่นใจในทิศทางตลาดโลก โดยหัวเรือใหญ่ นายโยสึเกะ มัตสึดะ กล่าวว่า “เมื่อก่อนทีมงานเสียงแตกเนื่องจากเราวางแผนพัฒนาเกมโดยอิงตามภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก แต่ตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าฐานแฟนเกมแนว JRPG ได้ขยายวงกว้างไปทั่วโลกอย่างแท้จริง” เขากล่าวเสริมว่า “สำหรับเกมใหม่ ๆ ที่เราจะพัฒนาต่อจากนี้ มันอาจจะฟังดูสุดโต่งไปนิด แต่เราจะมุ่งเน้นการผลิตเกม JRPG แบบจัดเต็ม เพราะว่านั่นจะทำให้เราตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของเราได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้วย”

นอกจากนี้ นายมัตสึดะเผยว่า แฟน ๆ จะได้ทราบข่าวคราวความคืบหน้าเกี่ยวกับเกม Final Fantasy XV และ Kingdom Hearts III ในงานนิทรรศการ E3 ที่ประเทศอเมริกากลางปีนี้แน่นอน

———————-

ขอบคุณข่าวจากเว็บ Kotaku.com

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 160 other followers